Header Ads

จ.นครสวรรค์...!!@ เจ๊กสายเปย์เข้าร้องเรียนองค์การคุ้มครองสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติภาคพลเมือง...!!

จากการรายงานของผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2564 เวลา 11.30 น. ณ DP รีสอร์ท ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ นายนรศักดิ์ ศรีพิรุณทิพย์ ผู้เสียหาย อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ 14 ต.ประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องเรียนกับองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ภาคพลเมือง) โดย นายจิระภาคย์ ยุพาพินนุรักษ์ ประธานองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ภาคพลเมือง) พร้อมคณะกรรมการบริหาร เป็นผู้รับการร้องเรียน จาก นายนรศักดิ์ ศรีพิรุณทิพย์ ผู้เสียหาย เรื่องถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกเงินและนำที่ดินไปขายกว่า 10 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อเดือน มิถุนายน 2564 ถึง 28 ตุลาคม 2564 เวลาประมาณ 10.00 น. เมื่อต้นปี 2564 นายนรศักดิ์ พิรุณทิพย์ ได้สมัคร Facebook ชื่อตัวเอง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ตนเองได้เข้าไปดู Facebook ซึ่งใช้ชื่อว่า "หญิง วรน" ตนเองรู้สึกพึงพอใจและได้ตอบรับเป็นเพื่อนกับ หญิง วรน ต่อมาจึงได้ติดต่อกับตนเองทาง Messenger โดย หญิง วรน ได้บอกกับตนเองว่า เคยโดนผู้ชายหลอกมาอยากมีครอบครัวใหม่กับตนเอง ประกอบกับตนเองยังไม่เคยมีครอบครัว  ตนเองจึงได้พูดคุยดูใจกับผู้หญิงคนนี้มาโดยตลอดจนกระทั่งต้นเดือน มิถุนายน 2564 หญิง วรน ได้หลอกตนเองว่าอยากแต่งงานและอยู่กินเป็นสามีภรรยากับตน เองจึงได้ตอบตกลง โดย หญิง วรน ต้องการค่าสินสอดเป็นเงินจำนวน 80,000 บาทได้บอกกับตนเองว่าจะมาแต่งงานกับตนเองในวันที่ 12 มิถุนายน 2564 โดยจะพาญาติผู้ใหญ่มางานแต่งตนเองและอยู่กินเป็นสามีภรรยากัน และให้ตนเองโอนเงินค่าสินสอดจำนวนดังกล่าวไปให้ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ เพื่อเตรียมการแต่งงานกับตนเองโดยได้ส่งหมายเลขบัญชีเพื่อให้ตนเองโอนเงินค่าสินสอดดังกล่าวไปให้ เป็นบัญชีธนาคารออมสิน หมายเลขบัญชี 020212779423 ชื่อบัญชี ชื่อนางเฉลา พ่วงเงิน ต่อมา เมื่อ 7 มิถุนายน 2564 เวลา 08.00 น. ตนเองโอนเงินค่าสินสอดจำนวน 34,000 บาท จากบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาประโคนชัย จากหมายเลขบัญชี 0678482862 ไปยังบัญชีของ นางเฉลา และเมื่อ 7 มิถุนายน 2564 เวลา 08.57 น. หญิง วรน ได้ทัก Facebook มาบอกกับตนเองว่าให้ตนเองโอนเงิน จำนวน 30,000 บาท เพื่อซื้อทองคำ ซึ่งเป็นสร้อยข้อมือจำนวน 1 เส้น น้ำหนัก 1 บาท และแหวนทองคำจำนวน 1 วง เพื่อใช้เป็นของหมั้น จากนั้นตนเองได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวไปให้ ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2564 เวลา 13.28 น. ให้ตนเองโอนเงินค่าผ่าตัดใส้ติ่งมารดาอีกจำนวน 20,000 บาท ตนเองจึงโอน เงินสดไปให้ หลังจากนั้น ได้หลอกให้ตนเองโอนเงินเพื่อเป็นค่าสำรองค่ารถตู้ มางานแต่งจำนวน 3 คัน เป็นเงิน 20,000 บาท ต่อมา ได้ให้ตนเองโอนเงินเพื่อเป็นค่าเดินทางอีกจำนวน 40,000 บาท จนกระทั่ง วันที่ 12 มิถุนายน 2564 เวลา 12.00 น. ขณะที่ตนเองกำลังเตรียมต้อนรับญาติของ หญิง วรน อยู่ที่บ้านของตนเองหญิง วรนได้โทรผ่าน Facebook มาบอกกับตนเองว่า คณะญาติที่จะเดินทางมาแต่งงานโดนกักตัวเรื่อง covid-19 ที่กรุงเทพฯ จึงไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานแต่งได้และได้ออกอุบายให้ข้าพเจ้าโอนเงินค่างวดรถไถคูโบต้า จำนวน 46,000 บาท ไปให้ ตนเองเกิดความหลงเชื่อจึงได้โอนเงิน จำนวนดังกล่าวไปให้ ต่อมาเมื่อ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 18.30 น. ได้โทรมาหาตนเองพร้อมกับ หลอกเอารหัสบัญชีของตนเอง ต่อมาเมื่อปลายเดือน มิถุนายน 2564 ได้บอกให้ตนเองนำสร้อยทองคำน้ำหนัก 1 บาท จำนวน 2 เส้น พร้อมพระงาช้างเลี่ยมทองจำนวน 1 องค์ ไปพบกับหญิง วรน และญาติ ที่ขนส่งหมอชิต เพื่อเป็นการทำพิธีและผูกข้อมือแต่งงานกับตนเอง และตนเองได้นั่งรถทัวร์ไปถึงหมอชิต ได้พบกับหญิง วรนและ กลุ่มญาติพี่น้องจำนวน 3 คน จากนั้นกลุ่มของหญิง วรนได้เอาทรัพย์สินดังกล่าวของตนเอง ซึ่งได้บอกกับตนเองว่าจะนำเอาทรัพย์สิน ไปทำพิธีที่จังหวัดชัยนาท และเมื่อเดือน ตุลาคม 2564 ได้ทัก Facebook มาหาตนเองและได้บอกว่า ตนเองต้องการเงินไปลงทุนโรงงานทำขนม ซึ่งจะต้องจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยใช้เงินจำนวน 10,000 บาท และให้ตนเองขายที่ดินเพื่อที่จะไปทำโรงงานทำขนม ซึ่งจะได้เป็นธุรกิจของครอบครัว ด้วยความหลงเชื่อตนเองได้ตัดสินใจประกาศขายที่ดินจำนวน 9 ไร่ 3 งาน 50 ตารางวา ในราคาไร่ละ  1,800,000 บาท จากนั้นตนเองจึงได้ติดป้ายประกาศขาย ที่แปลงดังกล่าว ต่อมาเมื่อวันที่  10 ตุลาคม 2564 ได้โทร Facebook มาหาตนเอง ว่า มีคนสนใจ โดยจะวางเงินมัดจำไว้ในจำนวน 200,000 บาท และนัดไปทำสัญญาซื้อขายและโอนที่ดินที่สำนักงานที่ดินอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์  ในวันที่ 28 ธันวาคม 2564 เวลา 10.00 น. ต่อมา นางสาวพิมพ์ชนก หรือ หญิง วรน ตุ้มเขียว ได้โทร Facebook มาหาตนเองให้ตนเองขี่รถจักรยานยนต์ไปรับ หญิงสาวสองคนที่บริเวณปั๊มน้ำมันศรีเจริญ ตนเองจึงขับขี่รถจักรยานยนต์ไปรับ โดยอ้างว่าเป็นพี่สาว ของตนเอง และป้า ชื่อ หมวย จากนั้นตนเองจึงได้รับหญิงทั้ง 3 คนมาที่บ้านของตนเอง โดยได้บอกกับตนเองว่าคนซื้อที่ดินได้ไปรออยู่ที่ดินอำเภอประโคนชัยแล้ว เมื่อไปถึงตนเองจึงได้เห็นผู้ซื้อที่ดินนั่งรอตนเอง จึงได้ทำหนังสือสัญญาซื้อ ขาย ต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ซึ่งกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้บอกกับตนเองว่าขายได้เงินทั้งหมดจำนวน 16,500,000 บาท และเงินขายที่ดินจำนวนดังกล่าว ได้โอนไปเข้าบัญชีธนาคารออมทรัพย์ กรุงไทย ของข้าพเจ้าแล้ว หลังจากนั้นตนเองจึงได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ พากลุ่มบุคคลดังกล่าวกลับไปที่บ้านของตนเอง ไม่นานกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้เดินออกจากบ้านของตนเองไป เมื่อตนเองได้สอบถามกับนายวุฒิชัย ลักณ์มีเศรษฐ์ ซึ่งเป็นคนที่ซื้อที่ดินตนเองได้บอกกับตนเองว่าได้ซื้อที่ดินกับตนเองในราคา 8,500,000 บาท และได้มอบเงินให้กับกลุ่มบุคคลดังกล่าวแล้ว ในวันที่ไปทำสัญญาซื้อขายที่สำนักงานที่ดินอำเภอประโคนชัย!!!!! ต้อย​ รอบ​รั้ว​ ภูธร​0619525644!!!!! 
ขับเคลื่อนโดย Blogger.