Header Ads

ตำรวจเมืองสี่แคว​ แถลงข้อเท็จจริง​ กรณี นายสมพงษ์​ ป้ายร้องขอความเป็นธรรมเรื่องซากรถ ที่สี่แยกสะพานเดชาติวงศ์​

จากการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2558 เมื่อเวลา 16.00 น ขนาดที่พันตำรวจโทชานุ คุ้มนวล ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวน เวรคดีอาญา ที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน​ ภ.จว.นครสวรรค์​ ตรวจยึดรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิแค๊ป​ สีเทา ไม่ติด แผ่นป้ายทะเบียน เลขที่​ 4 D56UCBS0141 เลขตัวถัง​ MMTCNKA 40  AD000466 มาส่งให้ตรวจสอบโดยอ้างว่า ได้รับแจ้งจากนายสมพงษ์ ชำนาญไพร ว่ามีผู้นำรถมาซ่อมที่อู่ซ่อม สมชายการาจ หมู่ที่ 10 ตำบลนครสวรรค์ตก อำเภอเมืองนครสวรรค์ สงสัยว่าน่าจะได้มาโดยผิดกฎหมาย สภาพรถเสียหายเกิดจากการเฉี่ยวชนหนัก อยู่ระหว่างการซ่อม คาดว่าน่าจะมีการสวมซากรถ โดยสภาพรถยนต์คันดังกล่าว ถูกถอดประตูออกทั้งสองข้าง และด้านหน้าของรถ ถูกชนยุบ เข้าไปมาก จนไม่สามารถเปิด ฝากระโปรงรถออกได้​ ตัวรถเรียงเสียรูปทรง จึงรับไว้เพื่อตรวจสอบ จากการตรวจสอบได้ความว่า นายมานพ ชื่นอยู่ เป็นคนนำรถมาซ่อม โดยซื้อรถคันดังกล่าวมาจาก นายสมพงษ์ชำนาญไพร เจ้าของเต็นท์อำนวยขายรถมือสอง ตั้งอยู่ตำบลหนองกรด อำเภอเมืองนครสวรรค์ ซึ่งนายสมพงษ์ มีอาชีพประมูลรถมือสองมาขายต่อ เพื่อเอากำไรมาเป็นเวลานานหลายปี ในราคา 120000 บาท จ่ายเงินก่อน 50,000 บาท ส่วนที่เหลือจะจ่ายภายหลัง เป็นซากรถยนต์เพื่อนำมาซ่อมขาย แล้วนายมานพ นำรถมาซ่อมที่อู่สมชาย การาจ แต่รถยังซ่อมไม่เสร็จ นายสมพงษ์ ทวงถามราคาส่วนที่เหลือ นายมานพยังไม่มีจ่าย นายสมพงษ์ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์มาตรวจยึดรถยนต์คันดังกล่าวในวันที่ 29 พฤษภาคม 2558 เพื่อให้นายมานพ ชำระราคาส่วนที่เหลือ ซึ่งจากการตรวจสอบ เลขเครื่องยนต์ในระบบ Police ทราบว่า รถดังกล่าวทะเบียน​ บธ-201  สระแก้ว มีนางเนตรชนก สมพล อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 253 หมู่ที่ 2 ตำบลช่องกุ่ม อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว เป็นผู้ครอบครอง เมื่อสอบถามนางเนตรชนก ทราบว่ารถดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนหนักเสียหายมาก ไม่สามารถซ่อมได้ บริษัทกรุงเทพประกันภัยจำกัด มหาชน ผู้ประกันรถคันดังกล่าวได้คืนทุนประกันให้ แล้วรับซากรถไป ต่อมาบริษัทกรุงเทพประกันภัย นำซากรถไปประมูลขายที่บริษัทสหการประมูล จำกัด มหาชน เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 มีนายสมพงษ์ ชำนาญไพร ประมูลไปในราคา 72,000 บาท เมื่อทราบที่มาของรถจึงได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ซากรถคันดังกล่าวเป็นข้อพิพาททางแพ่ง ระหว่างนายสมพงษ์ กับนายมานพ (พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจตรวจยึดทรัพย์สินทางแพ่งไว้ได้)​ จึงสอบถามนายมานพ ว่าต้องการให้ดำเนินการอย่างไร นายมานพ ต้องการให้เรียก นายสมพงษ์ มาไกล่เกลี่ยเพื่อจะได้นำรถไปซ่อมขาย พันตำรวจโทชานุ ร้อยเวร ได้โทรศัพท์ติดต่อนายสมพงษ์ ประมาณ 3 ครั้ง แต่นายสมพงษ์ไม่ยอมมาพบ จะมาพบ ต่อเมื่อนายมานพ มีเงินจ่าย จึงแจ้งให้นายสมพงษ์ ทราบว่ารถที่ยึดมาไม่มีที่เก็บ ต้องจอดตากแดดตากฝน จะทำให้เกิดความเสียหาย นายมานพ บอกว่าปล่อยให้มันพังไป ไม่เป็นไร จึงแจ้งเพิ่มเติมให้นายสมพงษ์ เพิ่มเติมหากเกิดความเสียหายจะไม่รับผิดชอบเพราะเป็นการซื้อขายไม่มีอำนาจหน้าที่จะไปดำเนินการอะไรให้ แล้วได้แจ้งให้ นายมานพ ทราบว่าเป็นเรื่องทางแพ่ง จะต้องไปใช้สิทธิ์ทางศาลฟ้องร้องกันเอง จากนั้นได้ออกหมายเรียกนายสมพงษ์ เพื่อสอบปากคำไว้ประกอบการตรวจสอบรถ แต่นายสมพงษ์ ไม่มาพบตามหมายเรียก รถดังกล่าวจึงจอดอยู่ข้างหลัง​ สภ.เมืองนครสวรรค์​ เรื่อยมา ต่อมาปีพศ 2560 มีการปรับพื้นที่หลัง​ สภ.เมือง​นครสวรรค์​ ได้แจ้งให้เจ้าของซากรถหลายคัน ที่คดีเสร็จแล้วมารับรถคืน โดยมีนายสุพจน์ น้อยวงษ์​ หรือช่างแดง ซึ่งมีอาชีพรับซื้อซากรถยนต์ตามสถานที่ต่างๆ แล้วนำซากรถยนต์มาแกะเอาอะไหล่ไปประกอบรถคันอื่น บางส่วนขายเป็นอะไหล่ ส่วนที่ใช้การไม่ได้จะขายเป็นเศษเหล็ก มายกส่วนที่เป็นซากรถไปไว้ที่อู่ช่างแดง จำนวน 4 คัน ซึ่งเป็นซากรถทั้งหมด และมีการยกรถผิดโดยยกรถคันดังกล่าวที่นายสมพงษ์ แจ้งให้ตรวจยึดไปด้วย ต่อมาเดือนพฤศจิกายน 2560 นายมานพ ชื่นอยู่ ไปหาซื้ออะไหล่รถยนต์ที่อู่ช่างแดง และได้พบรถคันดังกล่าว จึงมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อขอรถคืน แล้วช่างแดงยกรถกลับคืนมาที่​ สภ.เมือง​นครสวรรค์​ แต่ช่างแดงได้ขายเครื่องยนต์และเกียร์รถไปก่อนแล้ว จึงมีการตกลงชดใช้ราคากัน ซึ่งช่างแดงชดใช้ให้ในราคาให้นายมานพ แล้วเป็นเงิน 160000 บาท แล้วนายมานพ รับรถยนต์คืนจากพนักงานสอบสวนไป ซึ่งช่างแดงได้สอบถามขอทราบรถคืนจากนายมานพ เนื่องจากจ่ายเงินซื้อรถแล้วแต่นายมานพ ไม่ยอมคืนให้ กลับนำไปหักหนี้ส่วนหนึ่งกับนายสมพงษ์ ตีเป็นเงิน 32,000 บาท ส่วนอีก 38,000 บาท จ่ายเป็นเงินสด โดยลงบันทึก ประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่​ สภ.ย่อยหนองเบน และทราบจากช่างแดงว่า ช่างแดง ได้พบกับนายสมพงษ์ ที่อู่น้องชายช่างแดง เขตตำบลหนองกรด อำเภอเมืองนครสวรรค์ ซึ่งนายสมพงษ์ บอกช่างแดงว่าได้เงินครบแล้วต่อมานายสมพงษ์ ได้ฟ้อง พันตำรวจโทชานุ ในคดีอาญาต่อศาลทุจริตภาค 6 เรื่องเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและเรียกค่าเสียหาย เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563 ต่อมา ศาลยกฟ้องเพราะเห็นว่านายสมพงษ์ไม่ใช่ผู้เสียหาย เป็นการเรียก ค่า เสียหายซ้ำซ้อน บิดเบือนข้อเท็จจริง เป็นการฟ้องคดีที่ใช้สิทธิ์โดยไม่สุจริต ตามคดีหมายเลขดำที่​ อท 19/2563 คดีหมายเลขแดงที่ 32/2563 ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2563ต่อมาเดือนธันวาคม 2563 พันตำรวจเอกธิติสรรค์​ อุทธนผล มาดำรงตำแหน่ง ผู้กำกับสถานีตำรวจ เมืองนครสวรรค์ และได้ทราบเรื่องดังกล่าว ถึงเรียกนายสมพงษ์ มาสอบถามข้อเท็จจริงและยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย​ พันตำรวจเอกธิติสรรค์​ จึงได้ สืบสวนสอบสวนเรื่องดังกล่าวจนทราบว่า ช่างแดงเป็นผู้ยกซากรถคันดังกล่าวไปจากสถานีตำรวจเมืองนครสวรรค์ จึงได้เรียกนายสุพจน์หรือช่างแดง เจ้าของอู่ช่างแดง มาสอบสวนได้ความว่าช่างแดงมีอาชีพรับซื้อซากรถยนต์ตามสถานที่ต่างๆ เมื่อนำซากรถยนต์มาแกะเอาอะไหล่ไปประกอบรถคันอื่น บางส่วนขายเป็นอะไหล่ ส่วนที่ใช้การไม่ได้จะขายเป็นเศษเหล็ก ยอมรับว่าซื้อซากรถสภาพใช้การไม่ได้และยกซากรถไปจากสถานีตำรวจเมืองนครสวรรค์จำนวน 4 คัน แต่ทราบภายหลังว่า ยกซากรถ ไปผิด 1 คัน แล้วแกะเครื่องยนต์และเกียร์ขายไป และได้ตกลงชดใช้ค่าเสียหายและขอซื้อซากรถจากนายมานพ เป็นจำนวนเงิน160,000 บาท และจ่ายเงินให้นายมานพแล้วดังกล่าวข้างต้น พันตำรวจเอกธิติสรรค์ จึงแนะนำให้นายสมพงษ์ฟ้องเรียกค่ารถยนต์ส่วนที่เหลือจากนายมานพ อีกทั้งได้แนะนำให้นายมานพ คืนซากรถยนต์ให้นายสุพจน์หรือช่างแดง เนื่องจากนายสุพจน์หรือช่างแดง ได้จ่ายค่าซากรถให้นายมานพไปแล้ว และแนะนำให้นายสมพงษ์ ว่าหากไม่พอใจคำพิพากษาของศาลทุจริตภาค 6 สามารถอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลสูงต่อไปได้
!!!!!! ต้อย​ รอบ​รั้ว​ภูธร!!!!!!! 
ขับเคลื่อนโดย Blogger.