Header Ads

ความคืบหน้าการเตรียมปล่อยลูกช้างป่าห้วยขาแข้งพลัดหลงคืนป่า


วันที่ 29 มิถุนายน 2563การดูแล พฤติกรรม และ สุขภาพอนามัยของลูกช้าง จากการเฝ้าสังเกตการณ์ของเจ้าหน้าที่ ที่เฝ้าระวังลูกช้าง อยู่บนห้างบนต้นไม้ พบว่า เมื่อคืนนี้ (คืนที่ 11 ของการปล่อยไว้ในคอกเตรียมปล่อยในป่า) ลูกช้างส่งเสียงร้อง 161 ครั้ง หลับพักผ่อน 2 รอบ รวม  2 ชั่วโมง 35 นาที กินนม 5 รอบ 11 ลิตร กินข้าวต้ม+แคลเซียม+วิตามิน 2 รอบ 2  ลิตร ตอนกลางวันในวันนี้มีกิจกรรมผ่อนคลาย เดินเล่น 1 ชั่วโมง 52 นาที พฤติกรรมการตอบโต้ระหว่างลูกช้าง กับ ช้างฝูงแม่ ลูกช้างร้องฝ่ายเดียว ไม่มีเสียงตอบจากช้างฝูงแม่
จากการสังเกตุดูลูกช้างจากภายนอก พบว่า ลูกช้างแข็งแรง ร่าเริง แต่ซูบผอมลงแผนการที่จะดำเนินการต่อไป มาถึงวันนี้ ลูกช้างอยู่ในคอกเตรียมปล่อยในป่าเป็นเวลา 11 วัน 11 คืน แล้ว พบว่าเฉพาะคืนที่ 6 และ คืนที่ 7 ลูกช้าง กับฝูงแม่ช้าง มีการส่งเสียงโต้ตอบกัน ซึ่งสื่อให้เห็นว่าต่างก็รับรู้กันและกันแล้ว แต่ช้างฝูงแม่ยังไม่เข้ามาหาลูกช้าง และหลังจากคืนที่ 7 คงมีแต่ลูกช้างร้องฝ่ายเดียว โดยไม่มีเสียงตอบจากช้างฝูงแม่ ประกอบกับลูกช้างมีอาการซูบผอมลง ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ได้สร้างความหนักใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในระดับพื้นที่ เป็นอย่างมาก

สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) จึงเสนอความเห็นให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดให้มีการประชุมทบทวน เพิ่มเติม แนะนำ วิธีปฎิบัติในการปล่อยลูกช้างคืนป่า ขึ้นที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรุงเทพฯ  เพื่อสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) จะได้นำผลตามคำแนะนำในที่ประชุมมาปฎิบัติ ให้การปล่อยลูกช้างคืนป่าสำเร็จตามเป้าประสงค์โดยเร็วต่อไป

วันนี้ (วันที่ 29 มิถุนายน 2563) เวลา 15.00 น. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องกับการปล่อยลูกช้างคืนป่า ทั้งจากพื้นที่และส่วนกลาง มาประชุมหารือกัน ที่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมี นายสมปอง ทองสีเข้ม ผอ. สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เป็นผู้แทน นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม มีข้อสรุปจากที่ประชุมดังนี้

1.ให้เคลื่อนย้ายลูกช้างจากคอกเตรียมปล่อยที่ลูกช้างอยู่ในขณะนี้(จุดห้วยน้ำขุ่น ) มาไว้ที่คอกเตรียมปล่อยหอต้นผึ้ง โดยให้จัดสร้างคอกใหม่ขยายจาก ขนาด 9X9 เมตร เป็นขนาด 40x40 เมตร (1 ไร่ )
กำหนดให้สร้างคอกใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 2 วัน จากนั้นให้ย้ายลูกช้างมา ณ คอกใหม่ทันที ทั้งนี้เพราะบริเวณหอต้นผึ้ง มีแหล่งน้ำ และเป็นถิ่นหากินของช้างฝูงแม่ จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้ช้างฝูงแม่มาหาลูกช้างสูงขึ้น และจุดนี้อยู่ไม่ลึกมาก ทำให้ทีมงานของนายสัตวแพทย์ สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้สะดวกและเร็วขึ้น

2.ให้นายสัตวแพทย์ ของ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) และนายสัตวแพทย์ จากส่วนกลาง
รวมทั้งเจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ทำการฟื้นฟูลูกช้างให้กลับมาอ้วนท้วนสมบูรณ์โดยเร็ว

3.ให้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) จัดทำโครงการหาแม่รับขนานไปด้วย โดยถ้าได้แม่รับมาให้ใช้คอกใหม่ขนาด 1 ไร่ นี้ เป็นคอกอนุบาลเลี้ยงดูไปด้วย โดยเล็งใช้แม่รับจากช้างป่าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง ซึ่งขณะนี้มีลูกอ่อน และเชื่อง การดูแลให้ฝึกลูกช้างให้ช่วยตัวเอง ให้พึ่งตัวเองให้อยู่ได้ตามธรรมชาติเองให้มากที่สุด ทั้งนี้เป้าหมายคือต้องการให้ลูกช้างกลับเข้าฝูงแม่ช้างป่า เพื่อให้ใช้ชีวิตอยู่อย่างอิสระเสรีตามธรรมชาติให้ได้ในที่สุด

4.ให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จัดชุดเฝ้าระวังภัยจากสัตว์ผู้ล่า รวมทั้งช้างโทน ที่อาจแตกฝูงออกมาหากินเดี่ยวด้วย





ข้อมูล/ภาพ
1.นางสาวอังสนา มองทรัพย์ หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
2.นายธานี วงค์นาค
หัวหน้า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
นายธนิตย์ หนูยิ้ม ผอ. สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12(นครสวรรค์)
!!!อัมพณ จับศรทิพย์ รายงาน 0619525644!!!!
ขับเคลื่อนโดย Blogger.