Header Ads

ฉะเชิงเทรา-สภาเกษตรกรแปดริ้วร่วมกับพาณิชย์จังหวัดเร่งหาตลาดระบายปลากะพง ซับน้ำตาเกษตรกรผู้เลี้ยงปลา




เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2563 ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดฉะเชิงเทรา นายพงษ์เทพ รัตนา ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดฉะเชิงเทรา มอบหมายให้ว่าที่ร้อยตรีเอนก สิงหากุล หัวหน้าส่วนยุทธสาสตร์การเกษตร เข้าหารือและชี้แจงให้กับทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดฉะเชิงเทราได้ทราบข้อมูลปัญหาของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด -19 โดยมีตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงจากอำเภอบางปะกงเข้าร่วมการหารือและชี้แจงในครั้งนี้ด้วย


 * ผู้แทนเกษตรกรจากอำเภอบางปะกง กล่าวว่า ในช่วงที่เกิดโรคระบาดไวรัสโคโร่น่า (โควิด -19) เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงก็ประสบปัญหาด้านการตลาด เนื่องจากแพปลารับซื้อปลากะพงจำนวนน้อยลง เพราะตลาดส่งออกสินค้าการเกษตรส่งออกไม่ได้ จึงส่งผลให้เกษตรกรขาดรายได้จากการจำหน่ายปลากะพง ตนจึงหันมาหารายได้โดยการเปิดบ่อให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาตกปลาหน้าบ่อแล้วชั่งเป็นกิโลกรัม คิดประมาณกิโลกรัมละ 80-85 บาท  ซึ่งก็ทำให้ตนมีรายได้พอใช้หนี้อาหารปลาได้จำนวนหนึ่ง แต่เมื่อมีคำสั่งจากจังหวัดสั่งให้งดกิจกรรมการตกปลา ก็ส่งผลให้ตนและเกษตรกรรายอื่นๆ ขาดรายได้  อีกทั้งยังมีหนี้สินจากการค้างค่าอาหารปลาแต่ละวัน และค่าไฟจากการตีน้ำ ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงทุกข์หนักขณะนี้

**สภาเกษตรกรจังหวัดฉะเชิงเทราและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยได้ข้อสรุปเป็นมาตรการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงเบื้องต้นดังนี้
1.สำนักงานพาณิชย์จังหวัดฉะเชิงเทราจะทำหนังสือเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ในการผ่อนปรนให้เกษตรกรสามารถเปิดบ่อตกปลากได้โดยที่เกษตรกรจะต้องมีมาตรการในการบริหารจัดการ ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเทราอย่างเคร่งครัด
2.การจัดหาสถานที่เพื่อจำหน่ายสินค้า
3.การจัดหาช่องทางเพื่อระบายปลากะพงไปยังจังหวัดอื่นๆ
4.การเชื่อมโยงโดยการแลกเปลี่ยนสินค้าผลผลิตการเกษตร และการประชาสัมพันธ์ร้านธงฟ้าภายในจังหวัดฉะเชิงเทราให้รับซื้อปลากะพงจำหน่ายในพื้นที่ต่างๆ
โดยมีข้อเสนออื่นๆ คือการแปรรูปปลากะพง ชึ่งทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดฉะเชิงเทรา จะได้ดำเนินการประสานอาจารย์ที่มีความรู้ด้านการแปรรูปปลากะพงมาให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงต่อไป



  

***ภาพ-ข่าว : สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดฉะเชิงเทรา /นายชูศักดิ์  อ้อยเฮิง รายงาน
ขับเคลื่อนโดย Blogger.