Header Ads

ระยอง-เก๋งไม่ชำนาญทางประสานงากันกลางยูเทินชั่วคราวถนนสาย 36 เลี่ยงเมืองระยองเจ็บระนาวดับคาที่ 2

       
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 07 มีนาคม 2563  ร.ต.อ.ยม พรหมศาสตร์ ร้อยเวร สภ.นิคมพัฒนา ระยอง  รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนกันบนถนนสาย 36 เลี่ยงเมืองระยองมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จึงออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้เคียงสีแยกไฟแดงขน่ำไร่ถนนสาย 36 พื้นที่หมู่ 4 ตำบลมะขามคู่ อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง จุดเกิดเหตุเป็นบริเวณที่เปิดเป็นช่องยูเทินชั่วคราว พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลชนกันมีผู้บาดเจ็บเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิสว่างพรกุศลกำลังให้การช่วยเหลืออย่างชุลมุลวุ่นวายเนื่องจากมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากและบางรายอาสาสมัครกำลังทำ CPR เพื่อยื้อชีวิต จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อมาสด่าสีดำหมายเลขทะเบียน ขว.5867 จังหวัดชลบุรี สภาพพังเสียหายทั้งคันส่วนท้ายถูกชนอย่างแรงจนฝากระโปงเปิดท้ายถูกชนจนยุบเข้าไปอัดกับห้องโดยสารมีผู้บาเจ็บจำนวน 3 ราย สาหัสเป็นหญิง 1 รายอาสาสมัครกู้ภัยช่วยปฐมพยาบาลโดยการทำ CPR ส่วนรถยนต์คู่กรณีอีกหนึ่งคันพบเป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยตา สีฟ้าหมายเลขทะเบียน กห-3732 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สภาพรถด้านหน้าถูกแรงอัดจนฝากระโปงโก่งงอซุ้มล้อหน้าข้างขวาฉีกขาดงอลงไปกดล้อยางเครื่องยนต์แตกกระจกหน้าแตกทั้งบานมีผู้บาดเจ็บที่โดยสารมากับรถจำนวน 4ราย บาดเจ็บทั้งหมดและมีสาหัสหนึ่งรายเป็นหญิง ผู้บาดเจ็บที่สาหัสทั้ง 2 รายเป็นหญิงส่วนผู้บาดเจ็บรายอื่นบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ในเวลาต่อมารถตู้จากโรงพยาบาลนิคมพัฒนาพร้อมคณะหมอและพยาบาลมาถึงจุดเกิดเหตุร่วมกับอาสาสมัครกู้ภัยส่วางพรพยามให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่กำลังทำ CPR อยู่แต่เนื่องจากผู้บาดเจ็บเสียเลือดมากทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่เกิดเหตุทราบชื่อนางประสาน นุชเรืองศรี อายุ 68 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์เก๋งคันหมายเลขทะเบียน ขว-5867 ชลบุรี ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสอีกหนึ่งรายรถกู้ชีพโรงพยาบาลรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลแต่ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา ที่โรงพยาบาลนิคมพัฒนา จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่ารถยนต์ทั้งสองคันวิ่งสวนทางกันหนึ่งคันมุ่งหน้าเข้าเมืองระยองอีกหนึ่งคันมุ่งหน้าจังหวัดชลบุรีจุดที่รถทั้งสองคันชนกันเป็นจุดยูเทินชั่วคราวเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ขับขี่รถยนต์ทั้งสองคันไม่ชำนายเส้นทางประกอบช่วงนี้มีการก่อสร้างขยายผิวการจราจรและสะพานต่างระดับเลยทำให้รถทั้งสองคันชนกันซึ่งสาเหตุที่แท้จริงคงต้องรอผลการสอบปากคำของผู้โดยสารที่มากับรถทั้งสองคันอย่างละเอียดอีกครั้งจึงจะสรุปสาเหตุได้



กฤตภาส แตงเพ็ชร ข่าว/ภาพ
ธีรวัฒน์ อินธิพันธ์ รายงาน
ขับเคลื่อนโดย Blogger.