Header Ads

ท่าเรือแหลมฉบัง ยืนยันชัด!! ผู้โดยสารที่เดินทางมากับเรือฯ ไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ขอให้มั่นใจตรวจละเอียด 100%


   เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ห้องประชุม 1 อาคารบริหารท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายบัณฑิต สาครวิศวะ รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมด้วย  ผู้บริหารท่าเรือแหลมฉบัง ชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์ การคัดกรองโรคไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ ในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง

นายบัณฑิต สาครวิศวะ รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง กล่าวว่า จากสถานการณ์ของโรคไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ ที่กำลังแพร่ระบาดในหลายประเทศ รวมถึงมีกระแสข่าวออนไลน์ เรื่อง เรือ Seaboarn Ovation สัญชาติ Bahamas ที่เดินทางมาจากประเทศฮ่องกง เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 และมีกำหนดเข้าเทียบท่า A2 บริษัทไทยแหลมฉบัง เทอร์มินัล จำกัด ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 และพบผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรน่า นั้น

ในการนี้ ท่าเรือแหลมฉบัง ได้ร่วมกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศท่าเรือแหลมฉบัง ในการดำเนินการตามขั้นตอนการตรวจคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่การระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อ Novel Coronavirus 2019 โดยท่าเรือแหลมฉบัง และด่านควบคุมโรคติดต่อแหลมฉบัง ได้มีการติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกน วัดอุณหภูมิร่างกายของผู้โดยสารที่เดินทางมากับเรือโดยสารทุกคน อีกทั้ง ได้มีการประสานกับโรงพยาบาลแหลมฉบัง เพื่อขอสนับสนุนทีมแพทย์ พยาบาล ในการเข้าร่วมปฏิบัติการคัดกรองและวินิจฉัยโรคด้วย โดยผลการตรวจคัดกรองผู้โดยสารทั้งหมด ไม่พบว่า มีผู้โดยสารรายใดป่วยเข้าข่ายติดเชื้อไวรัสโคโรน่า อีกทั้ง ด่านควบคุมโรคฯ ได้ประสานกัปตันเรือ ตัวแทนเจ้าของเรือ ส่งรายงานการวัดไข้ของลูกเรือมาก่อนล่วงหน้า และด่านควบคุมโรคฯ ได้ดำเนินการตรวจเช็คซ้ำอีกครั้ง ผลการตรวจพบว่า ไม่มีลูกเรือรายใด เข้าข่ายติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด 

โดยกลุ่มเรือต่างๆ ที่เข้าเทียบท่า ณ ท่าเรือแหลมฉบัง เป็นเรือที่ไม่ได้เดินทางจากเมืองอู่ฮั่นด้วย
ท่าเรือแหลมฉบัง ในฐานะของเจ้าพื้นที่ มิได้มีความนิ่งนอนใจกับสถานการณ์นี้แต่อย่างใด และขอให้มั่นใจในการปฏิบัติงานของท่าเรือแหลมฉบัง และหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องว่า มีการเฝ้าระวัง และดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการเฝ้าระวังโรคไวรัสโคโรน่าอย่างต่อเนื่อง โดยท่าเรือแหลมฉบัง ได้มีการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นระยะ อีกด้วย



ยืนยงค์ ยินดีทรง/รายงาน
ขับเคลื่อนโดย Blogger.