Header Ads

เจ้ากระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเตรียมผลักดันการแสดงแสงสีเสียง "วัดร่องขุ่น ไลท์ เฟส"อย่างยั่งยืน

  

            นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะเดินทางชมงานการแสดงแสงสีเสียง "วัดร่องขุ่น ไลท์ เฟส ตอนปฐมบทแห่งวัดร่อง
ขุ่น"หรืองาน Wat Rong Khun Light Fest   ซึ่งเป็นงานสรรสร้างผลงานแสงสีประกอบเสียงของกลุ่มบริษัทอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) กับงานปฎิมากรรมงานสร้าง
ของอาจารย์เฉลิมชัย ที่ถือว่าเป็นผลงานระดับโลกตามจุดต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมถึง 6 โซน ประกอบด้วย โซนที่ 1 หนทางสู่สรวงสวรรค์ โซนที่ 2 ปากพญามาร โซนที่ 3
บ่อน้ำอธิฐาน โซนที่ 4 ต้นโพฺ์แห่งการตรัสรู้ โซนที่ 5 สังสารวัฎและ โซนที่ 6 ปฐมบทวัดร่องขุ่น โดยแต่ละโซนมีการใช้เทคนิคทั้งแสง 3 ดี  แมบปิ้ง เลเซอร์โชว์ immersive
experiences ฯลฯ ผสมผสานกับงานปฎิมากรรมงานสร้างของอาจารย์เฉลิมชัยได้อย่างสุดวิจิตรตระการตา



        นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา  กล่าวว่านโยบายหลักของรัฐบาลที่มีการนำโดย พลเอกประยุทธ์ จันโอชาซึ่งเป็นนายกรับมนตรี เน้นว่า
การท่องเที่ยวในปี 2562-2563  คือยุทธศาสตร์เบื้องต้น ในรอบแรก 5 ปี ที่จะพยายามจัดเรื่องของการท่องเที่ยวเมืองร้อนหรือการจัดท่องเที่ยวไปสู่ชุมชนต่างๆ ทางรัฐบาลท่านนายก
ได้กำชับมาทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่า ให้พยายามพัฒนาเรื่องพื้นที่ชุมชนและก็เมืองรองว่าเรามีศักยภาพอะไรที่สมควรที่จะพัฒนาขึ้นมาได้ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวใหม่ๆ
ซึ่งตรงนั้นสามารถกระจายรายได้ในกับชุมชนหรือตามหมู่บ้านต่างๆ ซึ่งหมายความว่า รัฐบาลสามารถกระจายรายได้ไปสู่ฐานรากก้อนใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ซึ่งตรงนี้
ทางกระทรวงก็พยายามทำเต็มที่ จนมาถึงขณะนี้ มีความคืบหน้ามาด้วยดี เพราะฉะนั้นในปีหน้าปี 2563 เราจะทำการพัฒนาชุมชนต่างๆที่มีศักยภาพโดย อปท. จะเป็นเหมือนต้นน้ำ
เข้าไปแนะนำขาวชุมชนว่าหากมีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวชุมชนของตนควรจะทำอย่างไรในเจ้าบ้านที่ดีได้อย่างไร เราจะต้อนรับเขาอย่างไร แต่เมื่อ อพท. จบแล้ว ก็ส่งกลับมาให้
กรมการท่องเที่ยว ซึ่งก็มาพัฒนาเรื่องกฎเกณฑ์ กฎระเบียบว่าเราควรจะทำอย่างไรบ้าง ปัจจุบันทางกรมการท่องเที่ยวมีการพัฒนามาใน 2 เรื่อง ก็คือ โฮมสเตย์ โฮมสเตย์ในที่นี้ก็คือที่
นักเที่ยวที่เข้ามาอยู่  กินอาหารและก็ต้องทำกิจกรรมร่วมกับเจ้าบ้านในชายคาเดียวกัน เจ้าบ้านจะต้องเล่าถึงกิจกรรม, วัฒนธรรม, ประเพณีในชุมชนนี้อะไรที่น่าสนใจ เพื่อนักท่อง
เที่ยวที่มาอยู่ในได้เตรียมตัวทำกิจกรรมในภาคกลางวันและกลางคืน ยกตัวอย่างเช่น การออกตกปลา ไปทำนาด้วยกัน เป็นต้น ซึ่งเรื่องของ โฮมสเตย์  เป็นเรื่องที่ค่อนข้างที่จะยาก
เพราะเจ้าบ้านจะต้องลงแรงจริงๆแล้วก็ต้องมีความรอบรู้ ซึ่งตรงนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะ เข้าไปร่วมพัฒนาอบรมให้ผู้คนในชุมชนองคน มีความรู้ ขณะที่กรมการท่องเที่ยวก็
เอาไปต่อยอด  สเต็ปที่ 2 คือ โฮมหลอด โฮมหลอดก็คือลักษณะใกล้เคียงกับโฮมสเตย์แต่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าบ้านอยู่ในชายคาเดียวกันสามารถพักบริเวณข้างเคียงได้ แล้วเจ้าบ้านก็ไม่จำ
เป็นต้องร่วมทำกิจกรรมกับนักท่องเที่ยว  สุดท้ายเมื่อพัฒนาเรียบร้อยก็ส่งให้ อปท.เป็นผู้นำเสนอและประชาสัมพันธ์ออกไปสู่คนภายในประเทศให้ได้รับรู้ว่าในชุมชนของตนมีการ
ท่องเที่ยวอะไรที่เป็นสิ่งแปลกใหม่และน่าสนใจบ้าทั้งมีการประชาสัมพันธ์ออกไปทั่วโลกเพื่อดึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาตรงนี้เป็นหน้าที่ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศ
ไทย(ททท.)แต่ที่สำคัญที่สุดการท่องเที่ยวชุมชนวันนี้ได้รับความสนใจมากๆจากนักท่องเที่ยว  ในฐานะที่เจ้าบ้านที่ดีเราต้องต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยมิตรไมตรีจิตด้วยเสน่ห์ของรอยยิ้ม
และที่สำคัญประเด็นต่อมาก็คือ เรามีอาหารอร่อย นี่คือเอกลักษณ์ของไทย แต่ สิ่งที่นักท่องเที่ยววันนี้กังวลในการมาเที่ยวประเทศไทยก็คือ 1 เรื่องความปลอดภัย   2.สิ่งแวดล้อมและ
ความสะอาด และ 3.การบริการที่เสมอภาคไม่โก่งราคาสินค้าเมื่อเห็นว่าเป็นนักท่องเที่ยวต่างถิ่นหรือต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาทางกระทรวงได้รับการร้องเรียนมาตลอดโดยได้เข้าไป
แก้ปัญหาดังกล่าวทำให้ในช่วงนี้ก็เบาบางลงไป ประเด็นสุดท้าย ซึ่งคือการรักษาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งตรงนี้เป็นประสบการณ์ในสแกนดิเนเวียไป
ประชุมที่สวีเดนผู้ประกอบการในสวีเดนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าประเทศไทยยังไม่รณรงค์ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมทางกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียจะไม่มาเที่ยวประเทศไทยโดยเด็ด
ขาด เพราะที่ผ่านมาปัญหาขยะในทะเลที่ฆ่าน้อง มีเรียม ปลาพะยูนที่กระบี่หรือกวางเสียชีวิตเพราะกลืนถุงพาสติดเข้าไปซึ่งตรงนี้เราก็ควรช่วยกันรณรงด้านสิ่งแวดล้ออย่างจริงจัง
ส่วนประเทศจีนตนเองได้ไปประชุมที่เมืองคุนหมิง  มณฑลยูนนาน มื่อวันที่ 14-16  พฤศจิกายน ที่ผ่านมา  สิ่งที่ผู้ประกอบการทัวร์ของจีนพูดมาเป็นเสียงเดียวกันคือต้องการให้เมือง
ไทยรักษาสิ่งแวดล้อมให้ได้ถ้าไม่เช่นนั้นประเทศเขาจะไม่ส่งนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทยอีก ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่รุนแรงสำหรับเมืองไทย


        สำหรับจังหวัดเชียงรายได้เปรียบภาคอื่นเพราะอยู่ทางภาคเหนือ ที่มีช่วงฤดูหนาวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนภาคเหนือซึงในวันนี้จังหวัดเชียงราย จะบอกว่าเป็นเมืองรองก็
ไม่ได้ทั้งนี้ จังหวัดเชียงรายมีตัวเลขของนักท่องเที่ยวที่เข้าในจังหวัดเชียงราย จำนวนมาก จริงๆแล้วเชียงรายต้องเป็นเมืองหลัก เพราะมีนักท่องเที่ยวถึงปีละ 4 ล้านคน ซึ่งมันก็เลย
เกณฑ์ของเมืองรอง แต่ผู้ประกอบการและสมาคมท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงรายไม่ต้องการขึ้นเพราะอยากจะอยู่และใช้คำว่"เมืองรอง"ซึ่งเชียงรายก็เห็นอยู่แล้วว่ามีสถานที่ท่องเที่ยว
มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ภูชี้ฟ้า  ภูชี้ดาว อิ่นๆโดยเฉพาะแม่สลอง สิ่งเหล่านี้ในอดีตอาจจะไม่ได้รับการพัฒนา แต่วันนี้ได้รับการพัฒนาในด้านความสะอาด ความปลอดภัย และเราก็ต้อง
มาดูว่าเรื่องของการพัฒนอย่างยั่งยืนไม่ให้มันเสื่อมโทรม เราควรทำอย่างไรเช่นอย่าไปทำลายสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้จังหวัดเชียงรายยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ
อีก 2 แห่ง คือ วันร่องขุ่น ณ ที่นี้ ซึ่งอาจารย์เฉลิมชัย ก็ได้ปลุกปั้น เป็น ระยะเวลาประมาณ 30 ปี ซึ่งตรงนี้มันก็เป็นเดสติเนชั่นใหม่  ซึ่งอลังการเป็นประติมากรรม ที่ล้ำค่า อีแห่งคือ
สิงห์ปาร์ค ซึ่งปัจจุบันนี้มีนักเที่ยวมาเที่ยวจำนวนมาก  เพราะมีบรรยากาศที่ดี อากาศที่ดี มีการจัดแลนด์สเคปที่สวยงาม และธรรมชาติที่งดงามซึ่งคงกล่าวได้ไม่หมด แต่ที่กำลังดังที่สุด
ในเชียงราย คือ น้อง 13 หมูป่า ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน  ซึ่งตรงนั้นเป็นสิ่งที่ชาวต่างประเทศต้องการจะมาดูว่าว่าการร่วมมือของชาติต่างๆอาทิ อังกฤษ ออสเตรียชาวยุโรป และ
อเมริกาว่าที่คนของเขาได้มีส่วนร่วมในการช่วยน้องๆ13 คน มันอยู่ตรงไหน เป็นยังไง สิ่งเหล่านี้ต้องบอกเลยความสำเร็จของเราเกิดจากการบูรณาการจากคนหลายๆภาคส่วน
หลายๆประเทศช่วยกัน ทำให้น้องทั้ง 13 คน รอดปลอดปลอดภัย
           ส่วนการส่งเสริมงาน"วัดร่องขุ่น ไลท์ เฟส หรืองาน Wat Rong Khun Light Fest หลังจากนี้ที่ผมได้เดินทางมาดูงานจะต้องกลับไปหารือกับทาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ว่าเราจะทำยังไงเรื่องของการจัดกิจกรรมแสงสีเสียงที่วัดร่องขุนที่ในปีนี้เป็นปีแรก ซึ่งผมเชื่อว่าในปีต่อไปผู้คนนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกจะมาชมงานนี้เป็นจำนวนมาก  เหตุที่ปีนี้มี
คนมาชมน้อยน่าจะเกิดจากการประชาสัมพันธ์ที่ล่าช้าไปนิด ในปีหน้าจะคุยกับทางทีมงานอาจารย์เฉลิมชัย ว่ายังมีความคิดอย่างไรในการจัดงาน"วัดร่องขุ่น ไลท์ เฟส" ถ้าอาจารย์
เฉลิมชัยว่า "ผมจะสู้ต่อ ถึงขาดทุนผมก็ยอมรับได้ ทางเรากระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาก็ต้องมานั่งคุยกันว่าเราจะต้องสนับสนุนทางท่องเที่ยวนี้อย่างไรให้ยั่งยืน ทำอย่างไรให้นักท่อง
เที่ยวรู้ว่าพอพูดถึงจังหวัดเชียงรายก็ต้องนึกถึงงานแสงสีเสียงที่วัดร่องขุ่น เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมก็จะนำไปหารือกับทาง ททท. โดยเฉพาะผมเป็นเจ้ากระทรวงการท่องเที่ยวและการ
กีฬาก็พยายามผลักดันจัดงบประมาณมาเพิ่มขึ้น..........

จักรภัทร แสนภูธร รายงาน รมณ ภัทรทองศักดิ์ ถ่ายภาพ
ขับเคลื่อนโดย Blogger.