Header Ads

ราชบุรี ข่าว - ทวี" แถลงข่าวยันชนเด็กไม่ได้หลบหนี เป็นการตัดต่อภาพ


หลังจากเกิดเหตุนายทวี  ไกรคุปต์  อดีต รมช.คมนาคม  ขับรถเบนซ์ชนรถจักรยานยนต์ ที่มีนายปกิต  ปรางค์จันทร์  อายุ 17 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 53  หมู่ 2  ต.ดอนทราย  อ.โพธาราม  จ.ราชบุรี  เป็นผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บ  แต่นายทวีนั้นพยายามขับรถหลบหนี  โดยมีพลเมืองดีที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุถ่ายคลิปวีดีโอไว้ได้  ทำให้โลกโซซียล นั้นรุมโจมตีประณามการกระทำของนายทวีโดยเหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 21 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา

ทำให้ในวันนี้ (22 ธ.ค.62) เวลา 12.00 น. นายทวี  ไกรคุปต์  ได้เปิดแถลงข่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ห้องประชุมวาระเวลา ดี 1  โรงแรม ณ เวลา  ต.ดอนตะโก  อ.เมือง  จ.ราชบุรี  โดยนายทวี  ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่าก่อนเกิดเหตุได้ขับรถออกมาจากบ้านเพื่อจะไปซื้อของในตลาดเทศบาลเมืองโพธาราม  เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นสี่แยก ได้ชะลอรถมองซ้ายขวาแล้ว  ไม่มีรถจึงตัดสินใจขับรถข้ามไป แต่จู่ๆก็มีรถจักรยานยนต์วิ่งมา ทำให้ช่วงหน้ารถเบนซ์ไปเฉี่ยวที่บริเวณท้ายรถจักรยานยนต์   ทำให้รถเสียหลักและคนเจ็บกระเด็นไปพร้อมรถประมาณ 15 เมตร  แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นทางแยก  ทำให้ไม่กล้าที่จะจอดรถลงไปดูคนเจ็บเพราะเกรงว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน  และมองไปเห็นว่าคนเจ็บไม่เป็นอะไรมาก  จึงได้ตัดสินใจขับรถไปข้างหน้าเพื่อจะกลับรถมาดูคนเจ็บ  และเมื่อกลับมาก็สอบถามคนเจ็บแล้วว่าเป็นอะไรมากไหม และพยายามจะพาไปโรงพยาบาล แต่เด็กก็อ้างว่าต้องรอแม่  และเห็นว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังทำแผลให้เด็ก  โดยพบว่าผ้าพันแผลและอุปกรณ์นั้นไม่สะอาด จึงพยายามจะพาเด็กไปโรงพยาบาลเพราะกลัวติดเชื้อจากอุปกรณ์ปฐมพยาบาล  แต่เด็กก็ยังไม่ไป  ตนจึงขึ้นมานั่งรอในรถ  และเห็นว่ามีรถคันหนึ่งออกรถไป  จึงได้ขับรถตามเพราะคิดว่าคนเจ็บอยู่ในรถ  แต่รถคันดังกล่าวนั้นกลับไม่ยอมไป  ตนจึงบีบแตรไล่เพื่อจะให้ไปโรงพยาบาล  จนมาทราบว่าคนเจ็บนั้นไม่ได้อยู่ในรถคันดังกล่าว   และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจึงได้สอบถามหาร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ที่อยู่ใกล้ๆ  เพื่อจะนำไปซ่อม


นายทวี ยังกล่าวอีกว่า ขอยืนยันว่าไม่ได้คิดจะหลบหนี  และตอนนี้ก็ได้ดูแล ทั้งเรื่องของการซ่อมรถ  และค่าทำขวัญให้กับเด็กไปแล้ว  และตนเองก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจปรับไปแล้วเป็นจำนวนเงิน 500 บาท ในข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ   แต่กลับถูกสังคมโจมตีทั้งที่ไม่เป็นความจริง  จึงอยากขอความเป็นธรรม  วอนสังคมหยุดให้ร้ายเพราะเป็นทวี  จึงถูก"สังคมโซเซียลนรก  โซเซียลบัดซบโจมตี"  ทำให้ได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง  และจะเดินทางไปที่กองปราบ เพื่อจะไปแจ้งความกับผู้ที่ปล่อยคลิป แต่สื่อที่นำเสนอข่าวนั้นไม่ได้คิดจะฟ้องร้องอะไร เพราะเชื่อว่าทำตามหน้าที่  และยอมรับว่ายังไม่ได้ดูคลิปเหตุการณ์  แต่ทางทีมงานของตนนั้นดูแล้ว และยืนยันว่าคลิปนั้นมีการตัดต่อ  จึงต้องเอาผิดกับคนที่ปล่อยคลิป


สุจินต์ นฤภัย(เต้)
ขับเคลื่อนโดย Blogger.