Header Ads

ศรีสะเกษ คลิปข่าวสาวหัวร้อนเถียงตำรวจจราจร ไม่พอใจที่โดนจับตำรวจออกใบสั่งเพราะขับรถที่ลบตัวเลขในป้ายทะเบียนรถออกไป 1 ตัว



เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 62  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่งานจราจร สภ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ  จากการที่ขณะนี้มีการเผยแพร่คลิปสาวหัวร้อนเถียงตำรวจจราจร สภ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ  เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกเจ้าหน้าที่ ตร.จราจรเรียกตรวจจับกุมเพราะว่า ป้ายทะเบียนรถทั้งด้านหน้าและด้านหลังมีร่องรอยการปิดบังเลขป้ายทะเบียน  ซึ่งปรากฏว่า มีสมาชิกออนไลน์ได้ดูคลิปนี้แล้วและมีการกดไลท์กว่า 200,000 คน ซึ่งทุกคนที่ได้ดูคลิปต่างพากันคอมเม้นท์ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ตร.ที่ปฏิบัติตามหน้าที่แล้วโดนต่อว่า และโต้เถียงคัดค้านการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ตร.  โดยรถยนต์ปิคอัพของสาวหัวร้อน  เป็นรถปิคอัพยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีดำ หมายเลขทะเบียน 2 ฒบ 3885 กรุงเทพมหานคร  ตัวหนังสือและตัวเลขสีเขียว แต่ปรากฏว่า ได้มีการนำเอาสีขาวมาป้ายปิดเลข 3 เหลือเพียงเลข 885 ทั้งแผ่นป้ายด้านหน้าและด้านหลัง  ซึ่งเป็นการกระทำที่เข้าข่ายลักษณะการปิดปังอำพรางแก้ไขทะเบียนรถโดยไม่ได้รับอนุญาต

ซึ่งที่งานจราจร สภ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พ.ต.อ.คารม   บุญสด  ผกก.สภ.กันทรลักษ์  ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ ตร.ประกอบด้วย  ร.ต.ต.วินัย  จำปาเรือง รอง สว.ป้องกันปราบปราม ปฏิบัติหน้าที่งานสืบสวน สภ.กันทรลักษ์  ส.ต.ท.ยุทธนา  ศรวิชัย  และ ส.ต.ท.กวิน   ลาพันธ์  รอง ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม ปฏิบัติงานจราจร สภ.กันทรลักษ์  ได้ทำการตรวจสอบคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร  เนื่องจากว่า คลิปนี้มีการแชร์ทางโลกโชเชี่ยลไปอย่างกว้างขวางมาก  และเจ้าหน้าที่ ตร.ได้รับการชื่นชมให้กำลังใจจากประชาชนทั่วไปในโลก                              โชเชี่ยลอย่างท่วมท้น

ส.ต.ท.ยุทธนา  ศรวิชัย  และ ส.ต.ท.กวิน   ลาพันธ์  รอง ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม ปฏิบัติงานจราจร สภ.กันทรลักษ์  ร่วมกันเล่าว่า  วันเกิดเหตุ เวลา 10.54 น. ของวันที่ 13 ธ.ค. 62  พวกตนได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ตั้งด่านตรวจที่บริเวณถนนสายกันทรลักษ์ - เขาพระวิหาร  ต.เมือง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ด้านหน้าหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23  โดยมี ร.ต.อ.มุกดา  เมธีปัญญากุล  รอง สว.จร.สภ.กันทรลักษ์ ทำหน้าที่หัวหน้าชุด ควบคุมการปฏิบัติงาน ปรากฏว่า ขณะที่ตั้งด่านตรวจอยู่นั้น  มีรถปิคอัพยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีดำ หมายเลขทะเบียน 2 ฒบ 3885 กรุงเทพมหานคร  วิ่งผ่านเข้ามาบริเวณจุดตรวจ  ซึ่งจากการที่ตนได้ตรวจสอบดูแล้วพบว่า ตัวเลข 3 ทั้งด้านหน้าและด้านหลังมีรอยใช้สีขาวทาทับเอาไว้ ทำให้เหลือตัวเลขเพียง 885 เลข 3 หายไป  ตนจึงได้ขอดูสมุดคู่มือรถ  ปรากฏว่า  เลขทะเบียนรถ 2 ฒบ 3885 กรุงเทพมหานคร  ถูกต้อง แต่มีรอยใช้สีขาวปิดทับ เลข 3 เอาไว้  ซึ่งขณะที่ตนกำลังจะออกใบสั่งตามกฎหมาย  หญิงสาวเจ้าของรถได้ลงมาส่งเสียงโวยวายไม่พอใจ  หาว่า เจ้าหน้าที่ไม่อะลุ่มอล่วย  อ้างว่า เลข 3 เป็นเลขอัปมงคลไม่ถูกโฉลก จึงต้องใช้สีปิดทับเอาไว้ และแสดงอาการคัดค้านขัดขืนไม่ยอมรับที่เจ้าหน้าที่จะออกใบสั่งและโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ นา ๆ แต่ว่า พวกตนไม่ได้ตอบโต้ เพียงอธิบายข้อกฎหมายให้ทราบเท่านั้น

ซึ่งขณะนั้น   ร.ต.อ.มุกดา  เมธีปัญญากุล  รอง สว.จร.สภ.กันทรลักษ์  ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ จึงได้เข้ามาเจรจาอธิบายเหตุผลข้อกฎหมายให้สาวคนดังกล่าวทราบ  แต่ว่าหญิงสาวไม่ยอมฟัง และเถียงเจ้าหน้าที่ ตร.ว่า ไม่ยอมอนุโลมให้ตนผ่านไปโดยไม่ต้องถูกจับกุมออกใบสั่ง  ตนเห็นว่าสถานการณ์เริ่มจะตึงเครียดจึงได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายวีดีโอบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ สุดท้ายตนได้ออกใบสั่งให้แก่สาวเจ้าของรถในข้อหา ใช้ป้ายทะเบียนรถไม่เป็นไปตามกฏกระทรวง ให้แก่สาวเจ้าของรถ   ซึ่งสาวเจ้าของรถได้เดินมากระชากเอาใบขับขี่ที่ตนถืออยู่แล้ว จากนั้น ได้ขับขี่รถคันดังกล่าวออกไป

ส.ต.ท.กวิน   ลาพันธ์  รอง ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม ปฏิบัติงานจราจร สภ.กันทรลักษ์ กล่าวว่า   จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ตนเสียความรู้สึกเล็กน้อยที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาแล้วมาโดนต่อว่า  แต่ว่า ตนก็อดทนเพราะว่า เราทำตามหน้าที่ของตำรวจจราจร ต้องอดทนอดกลั้นต่อความเสียดสีต่าง ๆ เพื่อบริการประชาชนอย่างเต็มที่

ส.ต.ท.ยุทธนา  ศรวิชัย  รอง ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม ปฏิบัติงานจราจร สภ.กันทรลักษ์ กล่าวว่า   เหตุการณ์เกิดขึ้นพวกตนไม่ได้โต้เถียงสาวเจ้าของรถแต่อย่างใด  อีกทั้งตนยังเรียกสาวเจ้าของรถว่า แม่เพราะเห็นว่า อายุมากพอสมควร ตนมีความรู้สึกเสียใจที่โดนต่อว่า แต่ก็พยายามอดทนทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด   ซึ่งเรื่องนี้ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว    ซึ่งจนถึงบัดนี้ ยังไม่ได้มีการติดตามมาจากผู้ที่โดนออกใบสั่งแต่อย่างใด  ขณะนี้ตนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย  แต่หากว่า สาวเจ้าของรถมาขอโทษก็พร้อมที่จะให้อภัย////////////





 ข่าวโดย...ศิริเกษ  หมายสุข / ศรีสะเกษ
ขับเคลื่อนโดย Blogger.