Header Ads

ชลบุรี - ฐานทัพเรือสัตหีบ จัดงานวันคล้ายวันประสูติองค์บิดาทหารเรือไทย ครบรอบ 139 ปี

ฐานทัพเรือสัตหีบ จัดพิธีบวงสรวง และพิธีถวายสักการะพระอนุสาวรีย์พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดาของทหารเรือไทย เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ครบ 139 ปี

เมื่อเวลา 08.30 น. วันนี้ (19 ธ.ค.62) ที่บริเวณสวนกรมหลวงชุมพร กองทัพเรือ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือโท วราห์ แทนขำ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นประธานในพิธีวงสรวง และพิธีถวายสักการะพระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดาของทหารเรือไทย และร่วมกันประกอบพิธีสงฆ์ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ครบ 139 ปี โดยมีผู้บังคับบัญชาหน่วยขึ้นตรง หน่วยงานจากภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่สัตหีบร่วมในพิธี








พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ประสูติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2423 ทรงเป็นพระเจ้าลูกยาเธอในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาโหมด ในปีพุทธศักราช 2436 เสด็จไปศึกษาวิชาการทหารเรือ ณ ประเทศอังกฤษ เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาเป็นนายทหารสัญญาบัตรในราชนาวีอังกฤษแล้ว ได้เสด็จกลับเข้ารับราชการในกระทรวงทหารเรือ ในปีพุทธศักราช 2443 รับพระราชทานยศเป็น “นายเรือโทผู้บังคับการ” ในตำแหน่งนายธง ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ

ปีพุทธศักราช 2448 ทรงดำรงตำแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ทรงปรับปรุงการศึกษาของโรงเรียนนายเรือให้เจริญก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้ทหารเรือไทยมีความรู้ ความชำนาญ สามารถเป็นครู และเป็นผู้บังคับบัญชาได้โดยไม่ต้องพึ่งพาชาวต่างประเทศ

พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ทรงมีพระดำริจัดตั้งโรงเรียนนายช่างกล เพื่อรับผิดชอบเครื่องจักรในเรือ และในโรงงานบนบกแทนชาวต่างประเทศที่จ้างไว้ ต่อมา ในปีพุทธศักราช 2450 ทรงเป็นผู้บังคับการเรือหลวงมกุฎราชกุมาร นำนักเรียนนายเรือ และนักเรียนนายช่างกลไปฝึกภาคต่างประเทศ ได้ทรงนำเรือแวะที่สิงคโปร์ และเปลี่ยนสีเรือมกุฎราชกุมารจากสีขาว เป็นสีหมอกให้เหมือนกับเรือรบต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความกลมกลืนกับลักษณะของสีน้ำทะเล และภูมิประเทศ ซึ่งกองทัพเรือได้นำสีดังกล่าวมาใช้เป็นสีเรือทุกลำ






นอกจากจะทรงมีคุณูปการอเนกอนันต์แก่กองทัพเรือแล้ว ยังมีพระปรีชาสามารถด้านการแพทย์แผนโบราณของไทย โดยในปีพุทธศักราช 2454 ขณะทรงออกจากราชการเป็นเวลานาน 6 ปีเศษ ทรงศึกษาตำราหมอยาไทยอย่างจริงจัง จนมีความรู้แตกฉาน ทรงเป็นหมอยาไทยรับรักษาประชาชนโดยทั่วไป ด้วยน้ำพระทัยโอบอ้อมอารีจนได้รับพระสมัญญานามว่า “หมอพร”

ในปีพุทธศักราช 2460 ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กลับเข้ารับราชการทหารเรืออีกครั้ง และในปีพุทธศักราช 2462 พระองค์ทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าหลวงพิเศษให้จัดซื้อเรือหลวงพระร่วง จากประเทศอังกฤษ และทรงเป็นผู้บังคับการเรือนำเรือหลวงพระร่วง เดินทางจากประเทศอังกฤษเข้ามายังกรุงเทพมหานคร นับเป็นครั้งแรกที่นายทหารเรือไทยเดินเรือได้ไกลข้ามทวีป

ต่อมา เมื่อปีพุทธศักราช 2465 พระองค์ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานที่ดินพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อใช้เป็นที่ตั้งฐานทัพเรือ และหน่วยกำลังรบต่างๆ ของกองทัพเรือ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งมาจนถึงปัจจุบัน





ภาพข่าว  เจี๊ยบโฟกัส ทีมข่าวรอบรั้วภูธร-ทีวี 13 สยามไทย  0825313717
ขับเคลื่อนโดย Blogger.