Header Ads

ราชบุรี ข่าว - หน่วยพญาเสือสนธิกำลังจับซากสัตว์ป่าสงวน


เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 62 เวลา 11.30 น. หน่วยปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (หน่วยพญาเสือ) ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีขบวนการล่าสัตว์ป่าสงวนในบริเวณจังหวัดราชบุรี รอยต่อระหว่าง อุทยานแห่งชาติไทยประจัน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำภาชี ซึ่งนายพรานได้ล่าและนำซากสัตว์ป่าไปชำแหละในพื้นที่ จ.ราชบุรี หลังได้รับแจ้งจึงได้ทำการสืบสวน และติดตามขบวนการดังกล่าว จนเมื่อวันที่ 22 พ.ย. ช่วงเวลา 08.00 น. ทางเจ้าหน้าที่จากหน่วยพญาเสือ สามารถติดตามซากสัตว์ป่าดังกล่าวได้ที่ฟาร์มเลี้ยงวัว ไม่มีเลขที่ ม.1 ต.ปากไก่ อ.ปากท่อ จึงประสานไปยังนายประทีป เหิมพยัคฆ์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 พร้อม ร.ต.ท.ภีมภัทร หทยะวัฒน์ รอง สว.สอบสวน สภ.ปากท่อ เข้าดำเนินการเข้าตรวจสอบสวนฟาร์มดังกล่าว 

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบ  นายไพรวัลย์ ชุมพวง อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นชาวราชบุรี และ นายโบอู อายุ 22 ปี (ชาวเมียนม่า) ซึ่งเป็นลูกจ้างภายในฟาร์มเลี้ยงวัว และพบซากสัตว์ป่า ซึ่งเป็นเก้งหม้อ จำนวน 1 ซาก และอีเห็นข้างลาย จำนวน 1 ซาก และอีเห็นเครือ จำนวน 1 ซาก ซุกซ่อนอยู่ภายในถังน้ำแข็งขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังพบรถยนต์กระบะโตโยต้า ยี่ห้อวีโก้ หมายเลขทะเบียน บพ 2432 ราชบุรี ซึ่งใช้ในการนำซากสัตว์ป่าดังกล่าวมาชำแหละ นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์ที่ใช้ในการชำแหละสัตว์ป่าอีกหลายรายการ ซึ่งเจ้าหน้าที่่ได้ทำการตรวจยึดไว้เพื่อทำการตรวจสอบ ซึ่งในช่วงระหว่างดำเนินการ ได้มีนายนิโนรส วงศ์แก้วมณี อายุ 41 ปี และนายชยพล ศรีสุพพัตพงษ์  อายุ 38 ปี ซึ่งรับว่าเป็นเจ้าของฟาร์ม เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญทั้งหมดมาสอบสวนที่ สภ.ปากท่อ ซึ่งหากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

นายไพรวัลย์  ได้ให้การรับสารภาพว่า ตนเองได้ไปซื้อสัตว์ป่าดังกล่าวมาจากแถว บ้านโป่งกระทิง อ.ปากท่อ ซึ่งตนเองมีเพื่อนอยู่แถวบ้านหินสี และบ้านโป่งกระทิง จึงเดินทางไปแถวนั้นบ่อยครั้ง ซึ่งตนเห็นว่ามีนายพรานได้นำซากเก้ง และอีเห็น มาขายประกอบกับตนนั้นชอบกินเนื้อสัตว์ป่าอยู่แล้ว และตั้งใจจะนำเนื้อสัตว์ป่าไปฝากนายจ้างซึ่งเป็นเจ้าของฟาร์มเลี้ยงวัว จึงได้ซื้อมาไว้ และนำกลับมาชำแหละที่ฟาร์มเลี้ยงวัวที่ตนเองทำงานอยู่ จนรุ่งเช้าอีกวันจึงพบว่าเจ้าหน้าที่ได้แกะรอยตามมาจับกุมตนที่ฟาร์มดังก่าว

ด้านนายนิโนรส ได้กล่าวว่า ตนเองเป็นเจ้าของฟาร์มวัวดังกล่าว ซึ่งเมื่อวานนี้ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้ามาดำเนินการจับกุมนายไพรวัลย์ ตนเห็นว่าไพรวัลย์ นำสัตว์ป่าซึ่งไม่รู้ว่าเป็นสัตว์อะไร รู้แต่ว่าเป็นสัตว์ป่า จนช่วงเย็นตนกับนายชยพล ซึ่งเป็นหุ้นส่วนในฟาร์มวัว และนายไพรวัลย์ พร้อมนายโบอู ได้ตั้งวงกินเหล้ากัน ซึ่งนายไพรวัลย์ ได้นำสัตว์ป่าดังกล่าวมาเป็นกับแกล้ม ตนก็นั่งกินกันโดยไม่ได้สนใจอะไรจนรุ่งเช้าจึงมารู้ว่าเจ้าหน้าที่มาจับกุมนายไพรวัลย์ที่ฟาร์มของตน ตนจึงรีบมาที่ฟาร์มเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ส่วนด้าน นายพนัชกร โพธิบัณฑิต จนท.หน่วยพญาเสือ ซึ่งเป็นชุดจับกุม ได้เปิดเผยว่า ตนและ น.ส.เนตรนภา งามเนตร, นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน, นางมงคล ไชยภักดี ซึ่งทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยพญาเสือ ชุดจับกุม ซึ่งได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีการจับสัตว์ป่าและนำซากมาชำแหละที่ อ.ปากท่อ พวกตนจึงตามแกะรอยมาจนพบผู้ต้องหาทั้งหมดที่ ฟาร์มวัว ม.1 ต.ปากไก่ อ.ปากท่อ จึงได้แสดงตัวและขอเข้าตรวจสอบฟาร์มดังกล่าว ซึ่งจากที่ได้รับแจ้งนั้น ผู้ต้องหามีพฤติกรรมจะซากสัตว์ป่ามาชำแหละเพื่อบริโภค และขายภายในหมู่บ้าน แต่จากการสอบสวนผู้ต้องหาได้ให้การกึ่งรับกึ่งปฏิเสธ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่นั้นมีข้อมูลหลักฐานมัดตัวผู้ต้องหาครบแล้วจึงได้นำหลักฐานทั้งหมด และของการทั้งหมด เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.ปากท่อ ซึ่งเบื้องต้นคาคมูลค่าความเสียหายนั้น ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท ซึ่งจะส่งให้คณะกรรมการประเมินค่าที่ถูกต้องต่อไป

นายพนัชกร กล่าวต่ออีกว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 4 ว่า ร่วมกันครอบครองซากสัตว์ป่าสงวนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันค้าซากสัตว์ป่าสมบูรณ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันซ่อนเล้นอำพรางของที่ได้มาจากการกระทำความผิดตาม ม.19 ม.20 ม.55 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วน นายประทีป เหิมพยัคฆ์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 ได้กล่าวว่า ช่วงเช้าได้รับแจ้งจาก จนท.หน่วยพญาเสือ มีการติดตามผู้ต้องหาในการนำซากสัตว์ป่าเข้ามาบริโภค และจำหน่าย ซึ่งได้ขอความร่วมมือมายัง จนท.สภ.ปากท่อ เข้ามาร่วมตรวจสอบที่ฟาร์มเลี้ยงวัว ไม่มีเลขที่ ม.1 ต.ปากไก่ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ซึ่งจากการเข้าไปตรวจสอบพบซากสัตว์ป่า ซ่อนอยู่ในถังน้ำแข็งขนาดใหญ่ ซึ่งซากดังกล่าวได้ถูกนำมาหันแห่ ซึ่งทั้งหมดเป็นซากสัตว์ป่าสงวน โดยเป็นเก้งหม้อจำนวน 1 ซาก และซากของอีเห็นจำนวน 2 ซาก เบื้องต้นพบผู้ต้องหา 2 คน ซึ่งให้การว่าได้นำซากสัตว์ป่าเพื่อมาชำแหละและบริโภค จึงได้ทำบันทึกเพื่อส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากท่อ เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป


//////////////////////////////////////////////////////////////

ข่าวโดย...สุจินต์ นฤภัย(เต้)
ขับเคลื่อนโดย Blogger.