Header Ads

ราชบุรี ข่าว - นายวีระนําเอกสารแจ้งเพิ่มที่ดินปารีณา


นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) นำเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินของ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ มาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จอมบึง จ.ราชบุรีเพิ่มเติม
             เวลา 09.00 น.  ( 24 พ.ย. 62)  นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.)  ได้เดินทางนำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับที่ดินของนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ แก่ ร.ต.อ. กัมปนาท เจริญศรี รอง สว. (สอบสวน) สภ.จอมบึง จ.ราชบุรี  หลังจากได้ทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินในพื้นที่หมู่ 6 ต.รางบัว  อ.จอมบึง จ.ราชบุรี รวมกว่า 1,700 ไร่
                โดยนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น ให้สัมภาษณ์ขณะยื่นเอกสารหลักฐานแก่พนักงานสอบสวนว่า จากข้อมูลทราบว่าฟาร์มของนางสาวปารีณา มีการไปขออนุญาตประกอบกิจการทำฟาร์มเลี้ยงไก่ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 แล้วจะต้องต่ออายุทุก ๆ 3 ปี   ส่วนนายทวี ไกรคุปต์ ไปให้ข้อมูลกับทางรัฐสภาว่า ครอบครัวของนายทวีได้ครอบครองที่ดินแปลงนี้ตั้งแต่ปี 2489  และข้อมูลที่มีการนำมาเปิดเมื่อวานนี้ได้นำข้อมูลจากปี 2553 -2556 ซึ่งจะเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นชัดเลยว่ามีการเข้าไปบุกรุกครอบครองเพื่อทำกิจการ ทำประโยชน์ในที่ป่าสงวนแห่งชาติ ในเอกสารที่นำมาวันนี้มีรายละเอียดหมด มีทั้งหลักฐานต่างๆในการครอบครองประกอบการทำธุรกิจมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547  นอกจากนี้ยังมีเอกสารหลักฐานของ ป.ป.ช. เป็นเอกสารเกี่ยวกับการแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ตั้งแต่ลำดับที่ 19 เป็นต้นไป หมู่ 6 ต.รางบัวทั้งหมดเลย เป็นที่ดินจำนวน 1,700 ไร่ ที่มีมูลค่าเป็นเงิน 200,000 บาท   ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้ระหว่างราคาที่ดินกับมูลค่าจำนวนเงิน  ซึ่งคงต้องเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนที่จะเป็นผู้ดำเนินการสืบสวนเรื่องนี้ต่อไป โดยหลังจากที่ให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน สภ.จอมบึงแล้ว ก็จะเดินทางเข้าพื้นที่หมู่ 6 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมดำเนินการสำรวจที่ดินที่ฟาร์มไก่ในพื้นที่ดังกล่าวด้วย
             นอกจากนี้ยังมีเกี่ยวข้องกับกฎหมายฟอกเงิน เดี๋ยวพนักงานสอบสวนได้สอบสวนเสร็จแล้วจะต้องรวบรวมเอกสาร ยื่นต่อ ปปง. เป็นไปตามกฎหมาย ตามระเบียบสำนักนายก เพราะเข้ามูลฐานความผิดที่ 15 ของกฎหมายฟอกเงิน เกี่ยวกับการบุกรุกครองครองที่ดินเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ต้องไปตรวจสอบร่วมกันระหว่างพนักงานสอบสวน กับ ปปง. ต้องประสานงานกัน อาจจะต้องนำไปสู่การยึดทรัพย์ต่อไป



                       
 //////////////////////////////////////////

ข่าวโดย...สุจินต์ นฤภัย(เต้)

ขับเคลื่อนโดย Blogger.