Header Ads

ชาวนาบุกศาลากลากลางพิจิตรรอบ2ทวงถามความช่วยเหลือหลังราคาข้าวหอมมะลิทิ้งดิ่งลงต่อเนื่องแถมพ่อค้าตีราคาเหมารวมไม่วัดความชื้น


    ปัญหาชาวนาเมืองชาละวันมีต่อเนื่องบุกศาลากลางรอบ2ทวงถามมาตรการความช่วยเหลือหลังพบว่าราคาข้าวหอมมะลิเกี่ยวสดตกต่ำต่อเนื่องแถมเจอเล่ห์เหลี่ยมพ่อค้า  โรงสี  ท่าข้าว ตีราคาแบบซื้อเหมาไม่วัดความชื้นให้ ราคาวันนี้แค่ 10,000บาทเศษ  ผู้ว่าฯชี้แจงมีมาตรการช่วยเหลือแล้ว
   
วันที่ 22 พ.ย. 62  ที่หน้าศาลกลางจังหวัดพิจิตร ชาวนาในพื้นที่อำเภอเมืองพิจิตร วังทรายพูน และสากเหล็ก กว่า 100 คน  ได้รวมตัวกันบุกศาลากลางพิจิตร เป็นรอบที่ 2 เพื่อทวงถามมาตรการช่วยเหลือเรื่องราคารับซื้อข้าวหอมมะลิที่ขณะนี้ราคาถูกลงแบบทิ้งดิ่งลงเหวขายได้จริงแค่ 10,000 บาทเศษ เท่านั้น แถมพ่อค้า  ท่าข้าว โรงสี  พร้อมใจกันตีราคาตามอำเภอใจ รับซื้อแบบไม่วัดความชื้น พอใจก็ขายไม่พอใจเชิญไปหาที่รับซื้อที่ใหม่ แถมยังพูดเหน็บแนมอยากได้ราคา 15,000 บาท  ให้เอาไปขายพาณิชย์จังหวัดหรือไปขายกับ “ นายกลุงตู่”

   
โดยในวันนี้  นายสิริรัฐ  ชุมอุปการ  ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วย  นายณรงค์ศักดิ์  หอมมาลัย  ปลัดจังหวัดพิจิตร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันรับฟังข้อร้องทุกข์ ร้องเรียน จาก นายมนัส สังข์ทอง แกนนำชาวนาตำบลบ้านบุ่ง อำเภอเมืองพิจิตร ที่เข้าร้องทุกข์กับ ผู้ว่าฯพิจิตร ว่าในวันนี้ขอเป็นตัวแทนชาวนาจาก  3 อำเภอ ที่ได้เคยรวมตัวกันยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ไปแล้วเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2562  เพื่อขอให้ช่วยเหลือชาวนา  สืบเนื่องจากราคาข้าวหอมมะลิตกต่ำต่อเนื่อง แต่ไม่ได้รับเงินชดเชยจากโครงการประกันรายได้เกษตรกร เนื่องจากราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงสูงกว่าราคาประกัน แต่ชาวนาขายได้จริงเพียงตันละ 9,000 – 11,000 บาทนั้น วันนี้จึงรวมตัวกันทวงถามความชัดเจนการให้ความช่วยเหลือของรัฐบาล เพราะข้าวของเกษตรกรเก็บเกี่ยวขายโรงสีเกือบหมดแล้ว พร้อมทั้งขอให้ช่วยตรวจสอบโรงสี ที่เชื่อว่ามีการกดราคาซื้อข้าวของชาวนา
    
 ซึ่ง นายสิริรัฐ  ชุมอุปการ  ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กล่าวชี้แจงกับชาวนากลุ่มนี้ว่า หลังจากที่ชาวนารวมตัวกันยื่นหนังสือ ร้องทุกข์ ขอความช่วยเหลือในคราวนั้น วันรุ่งขึ้น คณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด จังหวัดพิจิตร ก็ประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้ทันที พร้อมทั้งได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการสะท้อนปัญหาราคาซื้อขายข้าวหอมมะลิที่แท้จริงในพื้นที่ทันที  และได้เสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 2,000 บาท จำนวน 20 ไร่ต่อครัวเรือน ตามที่เกษตรกรเรียกร้อง ซึ่งจะสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดพิจิตร ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดต่อไปแล้ว


ในส่วนของปัญหาเรื่องโรงสีเอารัดเอาเปรียบชาวนา ก็ได้สั่งตั้งคณะอนุกรรมการข้าวระดับอำเภอ เพื่อติดตามการรับซื้อขายข้าว โดยเฉพาะการที่โรงสีใช้วิธีการซื้อเหมาแบบไม่วัดความชื้น ซึ่งถือว่าผิดหลักการในการตีราคาหรือการรับซื้อ โดยตอนนี้ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดและฝ่ายปกครองลงพื้นที่ให้คำแนะนำกับชาวนาและพ่อค้าโรงสีข่าข้าวขอให้ทำธุรกิจรับซื้อข้าวเปลือกด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ชาวนาพิจิตร

 นอกจากนี้อนุกรรมการข้าวจังหวัดพิจิตรยังได้อนุมัติให้ชาวนาปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ โดยชาวนาสามารถไปขอแก้ไขวันเก็บเกี่ยวผลผลิตที่สำนักงานเกษตรใกล้บ้าน เพื่อให้ข้อมูลตรงกับความเป็นจริงในวันที่เก็บเกี่ยวจริง ทั้งนี้เพื่อจะได้เข้าหลักเกณฑ์ของราคาอ้างอิงที่ประกาศทุกๆ 15 วัน ซึ่งการเกี่ยวข้าวในช่วงระหว่างวันที่ 17-30 พ.ย. 2562 ที่นำไปขายให้โรงสีได้ราคาเท่าไหร่ก็ตาม แต่ถ้าต่ำกว่าราคาอ้างอิงที่จะประกาศในวันที่ 1 ธ.ค. 2562  ชาวนาก็จะได้รับส่วนต่างหรือเงินชดเชยช่วยเหลือตามที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ ซึ่งชาวนากลุ่มที่มาชุมนุมดังกล่าวได้รับฟังคำชี้แจงจากผู้ว่าฯพิจิตร บางคนก็เข้าใจแต่บางคนก็ทำท่าสงสัยไม่เข้าใจ หรืออาจเป็นเพราะมิได้ชี้แจงเป็นหนังสือหรือเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งก็ไม่รู้ว่าภาครัฐอธิบายไม่ชัดเจน หรือชาวนาฟังไม่รู้เรื่อง ฟังไม่เข้าใจกันแน่  ซึ่งคงต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งหาช่องทางการสื่อสารข้อมูลแบบภาษาชาวบ้านให้ชาวนาได้เข้าใจกันต่อไป อีกด้วย

สิทธิพจน์  พิจิตร

ขับเคลื่อนโดย Blogger.