Header Ads

ราชบุรี ข่าว - สั่งรวบกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุ หลังมีการแชร์คลิปขับรถกระบะไล่ตีกันกลางเมืองราชบุรี


หลังจากโลกโซเชียลมีการแชร์คลิปของกลุ่มวัยรุ่นขับรถกระบะไล่กวดหนีกันเนื่องจากทะเลาะกัน จนทำให้รถกระบะคันสีขาวหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นเสียหลักชนท้ายรถ จยย.ซึ่งมีหญิงสูงอายุขับขี่มาทำให้ได้รับเจ็บ และเมื่อคนขับกระบะคันขาวซึ่งสวมใส่เสื้อนักศึกษาสถานบันแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี ได้ลงมาจากรถเพื่อดูอาการหญิงผู้สูงอายุ ได้ถูกกลุ่มวัยรุ่นที่ขับขี่รถกระบะคันสีเขียว และกลุ่มวัยรุ่นที่ขับขี่ จยย. ตามลงไปชกต่อย พร้อมกับมีชายที่แสดงตัวว่าเป็นลูกชายของหญิงสูงอายุได้อุ้มเด็กยื่นตะโกนด่ากลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุทั้งสองกลุ่มนั้น จนมีพลเมืองดีสามารถบันทึกคลิปเหตุกราณ์ดังกล่าวไว้ได้ หลังได้มีการแชร์ภาพคลิปดังกล่าวออกไปมีชาวเน็ตจำนวนมากแสดงความคิดเห็นกกันต่างๆนานาๆถึงความไม่ปลอดภัย ทาง ผกก.สภ.เมืองราชบุรี จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวน สภ.เมืองราชบุรี และชุดสายตรวจ สภ.เมืองราชบุรี เร่งติดตามกลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุทั้งสองกลุ่มมาสอบสวนให้เร็วที่สุด

ล่าสุดเมื่อเวลา 19.30 น. วันนี้( 24 ต.ค.) พ.ต.อ.อภิชาติ พุทธบุญ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี ได้เปิดเผยว่า สามารถติดตามกลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุได้แล้วทั้งสองกลุ่ม โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 14.20 น. ของวันนี้ ที่บริเวณสี่แยกไปไฟแดง ฝั่งไปถนนอุดมศิริ อ.เมือง จ.ราชบุรี โดยกลุ่มวัยรุ่นทั้งสองกลุ่มนั้นเป็นเยาวชนทั้งหมด หลังเกิดเหตุเพียง 3 ชั่วโมง ทางชุดสืบสวน สภ.เมืองราชบุรี และชุดสายตรวจ สภ.เมืองราชบุรี ได้นำกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทั้งสองกลุ่มมาดำเนินคดี พร้อมปรับพร้อมปรับทัศนคติ พร้อมกับให้กลุ่มวัยผู้ก่อเหตุทั้งสองกลุ่มสาบานต่อหน้าพระพุทธรูปว่าจะไม่ก่อเหตุแบบนี้อีก โดยมีผู้ปกครองของกลุ่มวัยรุ่นเป็นพยายานด้วย ส่วนสาเหตุนั้นจากการสอบถามนั้นทั้งหมดเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน จนมีปัญหาส่วนตัวกัน โดยช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ นายพงษ์ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับรถกระบะคันสีขาวรุ่นอีซูซุดีแมก ทะเบียน 5482 ราชบุรี ได้มาเจอกับนายป๋อง (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ผู้ขับขี่รถกระบะสีเขียว รุ่นอีซูซุดีแมก ทะเบียน ฒก 4421 กทม จึงได้ทวงถามเรื่องเครื่องยนต์รถ จยย. ที่ช่วงเป็นเพื่อนกันได้ให้ยืมไป แต่นายป๋อง ซึ่งคิดว่านายพงษ์จะมาหาเรื่องจึงได้ขับรถหนีไป จนมาเมื่อเวลาช่วง 14.00 น. นายป๋องได้ขับรถกระบะสีเขียว มากับนายอัม (นามสมมติ) อายุ 16 ปี และมีนายโอม (นามสมมติ) อายุ 17 ปี กับนายธงชัย (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ขับขี่ รถ จยย. ตามกันมา และได้มาเจอนายพงษ์ ซึ่งกำลังจะขับรถออกจากสถานศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี พร้อมกับนายตี๋ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี และเกิดมีปากเสียงกันขึ้น จะถึงขั้นชกต่อยกัน แต่นายพงษ์เห็นว่ามีพวกน้อยกว่า จึงขับรถกระบะหนีมาพร้อมกับเพื่อน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นสี่แยกไฟแดง นายพงษ์จึงได้เลี้ยวซ้ายเพื่อจะมุ่งหน้าหลบหนีไปยังถนนอุดมสิริ แต่กับไปชนเข้ากับรถ จยย. ของนางอัมพร เกิดจ๋อม อายุ 50 ซึ่งขับขี่รถ จยย.ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน คคล 307 ราชบุรี จนล้มและได้รับบาดเจ็บ และเป็นช่วงจังหวะที่ลูกชายของนางอัมพร เห็นเหตุการณ์จึงอุ้มลูกลงมาตะโกนด่าว่ากล่าวนายพงษ์ พร้อมบอกให้นายพงษ์ลงมาจากรถกระบะเพื่อดูอาการของผู้เป็นแม่ เมื่อนายพงษ์ลงไปดูอาการของนางอัมพร นายป๋องที่ขับรถกะบะสีเขียวตามมาทันได้ลงจากรถกระบะ เข้าไปชกต่อยนายพงษ์ทันทีจนนายพงษ์ล้มลงไปกับพื้น และเพื่อนๆของนายป๋อง ยังได้ลงมาชกต่อยและเตะนายพงษ์ จนลูกของนางอัมพร ตะโกนด่าว่ากล่าวกลุ่มวัยรุ่นทั้งสองกลุ่มจนเกิดชุลมุน เมื่อนายป๋องและเพื่อนเห็นดังนั้น จึงได้ขับรถกระบะสีเขียว และรถ จยย. หนีไป ซึ่งเรื่อวราวดังกล่าวได้มีพลเมืองดี ถ่ายคลิปไว้ได้และได้มีการนำไปโพสต์ลงในโลกโซเซียลจนมีชาวเน็ตได้มาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก โดยทางด้านนายอัมพร และลูกชายของนางอัมพร ที่ขับรถ จยย. และถูกนายพงษ์ชนนั้น เมื่อรู้ความจริงว่า นายพงษ์ขับรถหนีกลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่มก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไร ส่วนในการตั้งข้อหานั้นทางเจ้าหน้าที่สอบสวนจะต้องร่วมสอบสวนร่วมกับสหวิชาชีพ เนื่องจากทั้งหมดเป็นเยาวชนจึงให้ทำการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและปล่อยตัวไปก่อน และจะนัดสอบสวนร่วมกับสหวิชาชีพต่อไป

อย่างไรก็ดีในช่วงปรับทัศนคติ มีอยู่ช่วงหนึ่ง พ.ต.อ.อภิชาติ พุทธบุญ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี ได้บอกกับกลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุต่อหน้าผู้ปกครองว่า ไม่รักบ้านเกิดตัวเองหรือ ผมเป็นแค่ผู้กำกับมาปฏิบัติหน้าที่นี้ไม่ใช่คนราชบุรี แต่มานั่งกินข้าว มาได้อยู่ได้นอนที่นี้ ยังมีความสำนึกในบุญคุณบ้านเกิดของเรากันเลย และพวกเราเกิดที่นี้ ไม่คิดจะทำอะไรเพื่อนบ้านตัวเองหรือ ซึ่งผมไม่มีญาติพี่น้องอยู่ที่นี้ แต่ด้วยวิถีชีวิตราชการต้องย้ายมาอยู่ที่นี้ ก็ยังอยากให้เมืองราชบุรีสงบเรียบร้อยเลย แล้วเราเป็นคนราชบุรีแท้ๆ ทำไมถึงไม่รักบ้านเกิดตัวเอง อยากให้เขาถ่ายเป็นคลิปแล้วเอาไปลงว่าเมืองราชบุรี เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนหรือ อยากให้คนจังหวัดอื่นเขามองบ้านเราเป็นแบบนั้นหรือ ในเมื่อเราไม่สร้างชื่อให้กับเมืองราชบุรี ก็อย่าไปทำลาย แล้วรู้ไหมว่าทำไมต้องนำตัวพวกเรามา ก็เพราะต้องการตอบกับสังคมว่า "เมืองราชบุรี ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน"

////////////////////////////////////////////////////////////







ข่าวโดย...สุจินต์ ราชบุรี
ขับเคลื่อนโดย Blogger.