Header Ads

กระบี่-รมต.ช่วย คมนาคม และ ผู้ว่าฯกระบี่ แถลงข่าวย้ำตามแผนงาน IMT- GT หากเชื่อมโยงทั้ง 3 ประเทศ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา สามารถกำหนดราคาเองได้ และจัดตั้งเมืองสีเขียวภายใต้กรอบการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน


   ณ โรงแรมโซฟิเทล กระบี่ โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท  จังหวัดกระบี่  ดร อธิรัฐ  รัตนเศรษฐ  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  ในฐานะผู้แทนรัฐมนตรีประจำแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย  อินโดนีเซีย -มาเลเซีย- ไทย  เป็นประธานการประชัมระดับรัฐมนตรี   ครั้งที่  25   แผนงาน IMT-GT พร้อมด้วย พันตำรวจโทหม่อมหลวงกิติบดี  ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่   ดร  ปัทมา   เธียรวิศิษย์สกุล   รองเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)     ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
    การประชุมในครั้งนี้มีบุคคลสำคัญจากประเทศสมาชิกแผนงาน IMT-GT  และหุ้นส่วนการพัฒนาเช้าร่วมประชุม   ประกอบด้วย ดร.รัดซี  จิดิน  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการเศรษฐกิจ ของมาเลเซีย ดร. ริซาล อาฟฟานดี ลุคมาน ผู้ช่วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการเศรษฐกิจของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย  ดร. อาลาดิน ดี  ริลโล  รองเลขาธิการอาเซียนด้านประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  นายราเมซ ซูบรามาเนียม  ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออก ธนาคารพัฒนาเอเชีย   และจังหวัดกระบี่ในฐานะเจ้าภาพร่วมกันจัดประชุมฯ
       รัฐมนตรีประจำแผนงาน IMT - GT ของทั้งสามประเทศได้รับรองแถลงการณ์ร่วมของการประชุมฯ โดยมีสาระสำคัญกล่าวคือ  เป็นการเน้นย้ำระเบียงเศรษฐกิจเพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่  โดยมีโครงการเชื่อมโยงทางกายภาพ  ( Physical 
 Connectivity  Projects:  PCPS )  จำนวน  39 โครงการ  มูลค่ารวม  4.8  หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ฯ   (1.5 ล้านล้านบาท )   และกรอบความร่วมมือ ( FoC)   ด้านศุลกากร  การตรวจคนเข้าเมือง  และการตรวจโรคพืชและสัตว์   (CIO)  เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจ IMT -GT   ทั้งสามประเทศจึงเห็นพ้องที่จะเร่งรัดการดำเนินโครงการ  PCPs  ที่ยังคงคั่งค้าง  รวมถึงการเร่งรัดจัดทำความตกลง FoC ร่วมกันระหว่าง 3  ประเทศ ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว  เพื่อให้ การเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจ  IMT - GT   เป็นไปอย่างไร้รอยต่อ    ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อความเชื่อมโยง   อาทิ  โครงการทางด่วนสายสุมาตราทั้งสามตอน  โครงการท่าเรือกัวสลาตันหยง  ระยะที่  1 
  การแถลงการณีร่วมผลการประชุม ฯ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญความร่วมมือในด้านต่าง ๆ  อาทิ  การพัฒนาช่องทางการค้าออนไลน์ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมใน IMT-GT การฝึกอบรมเกษตรกรรุ่นใหม่   การพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจในภาคการผลิตสินค้ายางนำไปสู่การเจริญเติบโตอย่างสมดุลในอุตสาหกรรมยาง
กาารพัฒนาแอพลิเคชันอาหารฮาลาลและการยกระดับอุตสาหกรรมฮาลาลโดยต่อยอดจากการยอมรับมาตรฐานการตรวจรับรองฮาลาลระหว่างกันใน IMT -GT   การพัฒนา IMT -GT ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวจุดหมายเดียวกัน  และพัมนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ร่วมกัน  เช่น  การท่องเที่ยวฮาลาล  เส้นทางวัฒนธรรม  เพอนารากัน  เส้นทางท่องเที่ยวอุทยานธรณี   นอกจากนี้ที่ประชุมรัฐมนตรี  ครั้งที่  25  แผนงาน IMT -GT  ยังได้เห็นชอบแนวทางอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากเศรษฐกิจภาคทะเลอย่างยั่งยืน    การพัฒนาความร่วมมือโครงการเมืองยางพาราระหว่าง  3  ประเทศ  เพื่อส่งเสริมการใช้วัตถุดิบยางในภูมิภาคให้มากขึ้นและส่งเสริมการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม   เสนอแนวทางการผลักดันแผนงาน IMT -GT  โดยให้มีการจัดลำดับความสำคัญในแต่ละระเบียงเศรษฐกิจตามมิติการเชื่อมโยงที่เหมาะสม  สอดคล้องกับการปรับบทบาทของระเบียงเศรษฐกิจทั้งหกที่บูรณาการระหว่างกัน โดยคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงใหม่ในระดับโลกและภูมิภาคที่ส่งผลกระทบต่อ IMT -GT  โดยเฉพาะด้านการขนส่งทางบก  อาทิเช่น  การเชื่อมโยงด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ ณ จังหวัดสงขลากับด่านศุลกากรบูกิตกายูฮฺตัม ณ รัฐ เคดาห์ของประเทศมาเลเซีย    เร่งรัดการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโกลกทั้งสองแห่ง   เพื่อเชื่อมโยงกับรัฐเประและรัฐกลันตัน เพิ่มโอกาสการพัฒนาทางเศรษฐกิจให้กับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
พ.ต.ท.มล.กิติบดี  ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่  กล่าวว่า  โอกาสเดียวกันนี้ ฝ่ายไทยยังเสนอให้มีการขับเคลื่อนแผนงาน  IMT -GT  ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยขยายการจัดตั้งเมืองสีเขียวภายใต้กรอบการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนในพื้นที่ที่มีศักยภาพเพื่อเป็นแบบอย่างในการขยายตัวต่อไปในพื้นที่อื่นๆ รวมทั้งขับเคลื่อนแผนการขนส่งสีเขียวในเมืองที่มีศักยภาพอย่างมีบูรณษการระหว่างเมืองต่าง ๆ ในพื้นที่  IMT -GT   ที่ประชุมยังได้เห็นชอบตามที่สาธารณรัฐอินโดนีเซียเสนอจะเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่่ 26 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ของแผนงาน  IMT - GT ในปี  2563 ส่วนเรื่องของราคาปาล์มน้ำมันและยางพารา ถ้าเราสร้างความเข้มแข็ง ทางเราได้มีการเสนอขับเคลื่อนอย่างจริงจังรวดเร็ว และพร้อมผลักดันเรื่องราคาปาล์มน้ำมัน ซึ่งถ้าหากว่าเราได้เชื่อมโยงและรวมตัวกันทั้ง 3 ประเทศ ไทย อินโดนีเซีย  มาเลเซีย    ทางเราอาจจะสามารถเป็นตัวหลักในการกำหนดราคาปาล์มน้ำมัน และยางพาราในตลาด ได้อย่างแน่นอน

ข้อมูลข่าว / ภาพ
มโนธรรม ใจหาญ จ.กระบี่ รายงาน
ขับเคลื่อนโดย Blogger.