Header Ads

อุดรธานี-เฉลิมชัยฯ ติดตามสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง พร้อมเดินหน้าลุยแผนพัฒนาลุ่มน้ำอย่างต่อเนื่อง

วันนี้ (29 สิงหาคม 2562) นายเฉลิมชัย  ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาติดตามสถานการณ์น้ำที่อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง พร้อมทั้งสรุปแผนการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง โดยมี ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน(ด้านบำรุงรักษา) กรมชลประทาน และนายจารึก วัฒนาโกศัย ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 5 พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี




ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง เกิดจากการขยายตัวของเมืองและจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับแหล่งน้ำที่มีอยู่ไม่เพียงพอ จึงได้ดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง สำหรับเป็นแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อการอุปโภคบริโภคในพื้นที่อำเภอเมืองอุดรธานี และส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรต่างๆ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง มีลักษณะเป็นเขื่อนดินขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ บ้านโคกสะอาด ตำบลโคกสะอาด อำเภอเมืองอุดรธานี ปิดกั้นลำห้วยหลวง และลำห้วยกระติบ สามารถเก็บกักน้ำได้สูงสุด 118.36 ล้านลูกบาศก์เมตร มีระบบคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวาและฝั่งซ้าย ฝั่งละ 1 สาย สำหรับใช้ส่งน้ำเพื่อการอุปโภคและการเกษตร

สถานการณ์น้ำของจังหวัดอุดรธานี ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จำนวน 1 แห่ง ซึ่งได้แก่อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง มีปริมาณน้ำ 42 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 31 ของความจุอ่าง เป็นน้ำใช้การได้ 36 ล้านลูกบาศก์เมตร  อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 17 แห่ง มีปริมาณน้ำ 78 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 77
ของความจุอ่าง เป็นน้ำใช้การได้ 68 ล้านลูกบาศก์เมตร  และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กอีก 24 แห่ง มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 36 ของความจุอ่าง



สำหรับแผนการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนห้วยหลวง ปัจจุบันมีปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับฤดูแล้งปี 2562/63 ช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน 62 ถึง เดือนเมษายน 63 ประมาณ 28 ล้านลูกบาศก์เมตร ได้จัดทำแผนจัดสรรร้ำฤดูแล้งปี 62/63 โดยแบ่งเป็นน้ำเพื่อการอุบโภคบริโภคประมาณ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร และรักษาระบบนิเวศประมาณ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ได้มีแผนสำรองน้ำต้นฤดูฝนปี 2563 ช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนกรกฎาคม 63 ประมาณ 6 ล้านลูกบาศก์เมตร 

ดร.ทองเปลว กล่าวต่อว่า ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2561 ให้ดำเนินโครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง จังหวัดหนองคาย กำหนดแผนการดำเนินงานให้แล้วเสร็จภายใน 9 ปี (ตั้งแต่ปี 2561 – 2569) ในวงเงินทั้งสิน 21,000 ล้านบาท โดยโครงการประกอบไปด้วย สถานีสูบน้ำบ้านแดนเมือง มีอัตราการสูบน้ำรวม 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พนังกั้นน้ำความยาว 47.02 กิโลเมตร ประตูระบายน้ำตามลำน้ำสาขา จำนวน 12 แห่ง ประตูระบายน้ำในลำห้วยหลวง จำนวน 3 แห่ง ระบบกระจายน้ำในพื้นที่กว่า 315,195 ไร่ ระบบควบคุมอุทกภัยแบบอัจฉริยะ (Smart Flood Control System) หากดำเนินโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จจะสามารถบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ได้จากเดิม 90,000 ไร่ ลดลงเป็น 54,390 ไร่ ช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งโดยการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนกว่า 245.87 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน 315,195 ไร่ และในฤดูแล้ง 250,000 ไร่ และส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคให้ราษฎรกว่า 29,835 ครัวเรือน 284 หมู่บ้าน 37 ตำบล 7 อำเภอ 2 จังหวัด




ในการนี้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้ให้กรมชลประทานเดินหน้าโครงการอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำให้มีมากขึ้นในพื้นที่ และบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่ให้เพียงพอต่อความต้องการของราษฎรในพื้นที่ โดยเน้นให้ทำงานเชิงรุก บูรณาการการทำงานร่วมกัน ยึดหลักบำบัดทุกข์บำรุงสุขบรรเทาปัญหาให้ราษฎรเป็นหลัก อีกทั้งหวังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรให้สูงขึ้น

ข่าวโดย  วิภาวรรณ สงวนพันธุ์  รายงาน
ขับเคลื่อนโดย Blogger.