Header Ads

ธนบัตรฉบับละ 100 บาท ปลอมระบาดกลางเมืองจันทบุรี หลังร้านขายชุดนักเรียนโดนมิจฉาชีพนำมาซื้อสินค้า และโดนเป็นครั้งที่ 2 แล้ว

วันที่ 24 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 น.ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายภีรพงศ์ ปิยะธรรมวุฒิกุล อายุ 41 ปี ผู้จัดการร้านจิตรชัย ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ว่ามีลูกค้านำธนบัตรฉบับละ 100 ปลอม เข้ามาซื้อสินค้าภายในร้าน ซึ่งในช่วงแรกไม่ทราบว่าเป็นธนบัตรปลอม แต่เมื่อนำเงินมานับจำนวนจึงได้ทราบว่าเป็นธนบัตรฉบับละ 100 ปลอม โดยจะเห็นชัดเจน คือไม่มีลายน้ำ แต่ถ้าไม่สังเกตดีๆก็จะไม่รู้เลย เพราะกระดาษที่ใช้เหมือนกับของจริงมากๆ หลังจากนั้นได้นำมาโพสต์เตือนภัยในเฟซบุ๊ก มีคนมาบอกว่าเป็นแบงค์กงเต็ก ทำให้ตนเองถึงกับงง! ว่าเอามาทำได้อย่างไร ล่าสุดทางหน่วยงาน กอ.รมน.จันทบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าคล้ายกับของจริงมาก แต่สังเกตพบว่ามีภาษากัมพูชา คำว่า"លុយសែន อ่านว่าลุย แซน แปลว่าไหว้เจ้าในธนบัตรใบดังกล่าว จึงได้สอบถามไปยังลูกจ้างของร้านที่เป็นชาวกัมพูชาก็ยืนยันว่าข้อความภาษากัมพูชานั้นแปลว่าไหว้เจ้าจริง แต่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทางเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จันทบุรี จึงได้ถ่ายรูปเก็บหลักฐานไว้ และจะประสานงานไปยังส่วนกลางเร่งตรวจสอบที่มาของแบงค์ปลอมใบนี้ว่าเป็นการผลิตมาเพื่อวัตถุประสงค์ใด

ซึ่งหากพบว่าผู้ใดเป็นคนทำจะมีความผิดตามมาตรา 240 ผู้ใดทำปลอมขึ้นซึ่งเงินตรา ไม่ว่าจะปลอมขึ้นเพื่อให้เป็นเหรียญกระษาปณ์ ธนบัตร หรือสิ่งอื่นใด ซึ่งรัฐบาลออกใช้หรือให้อำนาจให้ออกใช้ หรือทำปลอมขึ้นซึ่งพันธบัตรรัฐบาลหรือใบสำคัญสำหรับรับดอกเบี้ยพันธบัตรนั้นๆ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมเงินตรา ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2560
และมาตรา 241 ผู้ใดแปลงเงินตรา ไม่ว่าจะเป็นเหรียญกระษาปณ์ ธนบัตรหรือสิ่งอื่นใดซึ่งรัฐบาลออกใช้หรือให้อำนาจให้ออกใช้ หรือแปลงพันธนบัตรรัฐบาล หรือใบสำคัญสำหรับรับดอกเบี้ยพันธบัตรนั้น ๆ ให้ผิดไปจากเดิม เพื่อให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีมูลค่าสูงกว่าจริง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานแปลงเงินตรา ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
ในเบื้องต้นทาง กอ.รมน.จันทบุรี ได้เตือนพ่อค้าแม่ค้าขอให้มีการตรวจสอบธนบัตรให้ดีก่อน ก่อนที่จะรับหรือทอนเงินให้ลูกค้าไป เพราะไม่เช่นนั้นก็อาจจะจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้
ด้านนายภีรพงศ์ ปิยะธรรมวุฒิกุล ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนเองได้พบว่าลูกค้าที่นำธนบัตรปลอมเข้ามาซื้อสินค้าไม่แน่ใจว่าเป็นคนไทย หรือชาวต่างด้าว เพราะตอนมาซื้อสินค้ามีลูกค้ามาจำนวนมาก ซึ่งตนเองก็ไม่ได้มีการตรวจสอบให้ดีทำให้ต้องตกเป็นเหยื่อดังกล่าว ทั้งนี้ร้านของตนเองเคยถูกมิจฉาชีพนำธนบัตรปลอมมาซื้อสินค้าครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว


ข่าวโดยไตรรงค์ มีทับทิม/นิมิตร คชพร ทีมข่าวภูมิภาค รายงาน
ขับเคลื่อนโดย Blogger.